Botulinum toxin - ยกกระชับ
ปรับหน้าเรียว

Key benefits:

ลดเลือนริ้วรอย หน้าเรียวกระชับ

ปรึกษา
แพทย์ฟรี

ระยะเวลา(นาที):
40 - 60

ระยะพักฟื้น:
ไม่ต้องพักฟื้น

Botulinum Toxin

(โบท็อกซ์) ยกกระชับ ปรับหน้าเรียว
เห็นผลชัดมาก!

ใบหน้าเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นใจ วงการ
ความงามได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก


และหากจะพูดถึงวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว ยกกระชับให้สวยดั่งใจได้ดีที่สุด คือ
“โบท็อกซ์”
การฉีดโบท็อกซ์จึงจัดได้ว่าเป็นอีกวิธีที่หลายๆ คนยังนิยมเลือกใช้

เพราะนอกจากจะมีการรับรองอย่างมากมายแล้ว

การฉีดโบท็อกซ์ยังมีส่วนช่วย
ปรับรูปหน้าได้จริงและมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

Botulinum Toxin

คืออะไร?

โบท็อก คือ Botulinum Toxin Type A

ที่เราคุ้นเคย
เรียกได้ว่าเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า

คลอสตริเดียม โบทูลินัม Clostridium Botulinum

โดยโบท็อกซ์จะถูกนำมาใช้ในวงการความสวยความงามอย่างหลากหลาย
ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท Neurotoxin
มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงาน
ลดลงชั่วคราวระยะหนึ่ง ทั้งยังลดการขยับของกล้ามเนื้อ

ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นต่างๆ
ลดขนาดของกรามให้ดูเล็กลง ยกกระชับสัดส่วน
ช่วยปรับรูปหน้าและทำให้ผิวที่หย่อนคล้อย
เต่งตึงขึ้นมาแบบเห็นได้ชัด

Botulinum Toxin

มีการทำงานอย่างไร?

การทำงานของโบท็อกซ์ คือ เมื่อทำการฉีดสาร
Botulinum toxin เข้าไป
สารชนิดนี้จะ
ออกฤทธิ์
โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์
ส่วนประสาท
ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสารเคมี Acetylcholine ที่ทำให้ไม่สามารถหลั่งสาร

ออกมาได้
ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อหดตัวลงชั่วคราว ระยะหนึ่ง หรือต่อมเหงื่อทำงานลดลง


สาร Botulinum toxin
จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 เดือน เท่านั้น

Botulinum Toxin

กับความงาม

ในวงการเสริมความงาม การฉีดโบท็อก หรือสาร Botulinum toxin

จะเข้าไปช่วยแก้ไขเรื่องปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ผลลัพธ์คือช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ยกกระชับขึ้นได้

ทั้งยังรวมไปถึงสามารถช่วยลดกล้ามเนื้อบริเวณน่องแขนและน่องขาได้ดีกว่าเดิม

การฉีด

Botulinum Toxin

กับการแพทย์

ในทางการแพทย์ การฉีดสาร Botulinum toxin
เข้าไป
จะสามารถช่วยรักษาโรคได้บางชนิด โดย FDA
หรือ Food and Drug Administration
ได้อนุมัติการรับรองให้ใช้สาร Botulinum toxin

รักษาโรคต่างๆได้ ดังเช่น
  • ภาวะตาเหล่ Strabismus
  • โรคไมเกรน Migraine
  • ภาวะเหงื่อออกมาก Hyperhidrosis 
  • ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง Spasticity
  • ภาวะกล้ามเนื้อตาหดเกร็งผิดปกติ Blepharospasm
  • การหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูด Sphincters

ฉีด

BOTOX

ผลลัพธ์ดีไหม?

การฉีดสาร botulinum toxin a
หรือ
การฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่ส่วนต่างๆของใบหน้านั้น

เป็นอีกวิธีที่ช่วยเรียกความมั่นใจ

เพราะโบท็อกจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ที่ง่ายและเห็นผลรวดเร็วชัดเจนกว่าหัตถการอื่น
รวมถึงเป็นหัตถการที่
ติดอันดับต้นๆของวงการความสวยความงาม
ทั่วโลกและใน
ประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งโบท็อกซ์มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในการให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
และชัดเจนหลังการฉีด เช่น ช่วยลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า

ส่งผลทำให้หน้าดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ทำให้การทำงานของ
กล้ามเนื้อเล็กๆ
ที่ก่อเกิดริ้วรอยย่น
คลายตัวลง จึงมีการใช้สารโบท็อกซ์ฉีดลดริ้วรอย

ปรับหน้าเรียวกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

เหตุใดจึงควรฉีด

Botulinum Toxin

แทนการศัลยกรรมใบหน้า

เพราะกรรมวิธีในการฉีดโบท็อกซ์ เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
อีกทั้งยังทำได้ง่าย
ไม่ยุ่งยาก 
ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้นนานหลายวัน
เพราะหลังฉีดโบท็อกซ์เสร็จ
สามารถกลับบ้าน หรือไปทำกิจกรรมอื่นๆตามปกติได้เลย
แถมราคาก็
สบายกระเป๋า
ไม่เเพง
เพราะเป็นเเค่การเสริมแต่งหรือแก้ไขเพียงเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น

ผู้ที่เข้ารับการรักษาที่มีอายุน้อยเทียบได้จากความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของ

ผิวพรรณบนใบหน้ายังค่อนข้างสมบูรณ์ดีอยู่ ก็จะใช้ยาได้ในปริมาณที่น้อยมาก
ผู้ที่มีอายุมากกว่า
ซึ่งเป็นไปตามสภาพของใบหน้า และการวิเคราะห์ของแพทย์
การแก้ไขในบางจุดจึงมีราคาแค่พันต้นๆเท่านั้น

Botulinum Toxin

ฉีดตรงไหน? และช่วยอะไรได้บ้าง?

บอกได้เลยว่าการ ฉีดโบท็อก สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง

แต่ถ้าวัดความนิยม
คนมักฉีดโบท็อกซ์กันมากที่สุด ก็คือ
บริเวณใบหน้า ช่วงกรอบหน้า
ทั้งฉีด โบท็อกลดริ้วรอย โบท็อกกราม
ปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้ากันอย่างครบทุกส่วน

หน้าผาก

ในบริเวณส่วนหน้าผาก ที่มีรอยเหี่ยวย่น
อันมีสาเหตุมาจากการยักคิ้วหลิ่วตาบ่อยๆ

การแสดงอารมณ์บนใบหน้านานๆ
รวมไปถึงการขมวดคิ้วเป็นปมให้เกิดเป็นเส้นรอยย่น

ที่ชัดเจนบริเวณหน้าผากส่วนกลาง
การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นการฉีดเพื่อแก้ไขปัญหา
ริ้วรอยเหี่ยวย่น
ทั้งยังเป็นจุดที่ฉีดแล้วสามารถอยู่ได้นานกว่าจุดอื่นอีกด้วย

หางคิ้ว

ในบริเวณส่วนหางคิ้ว ถือว่าเป็นอีกจุดที่ใครหลายๆ คน

นิยมฉีดโบท็อกซ์กันเป็นอย่างแพร่หลาย

เพราะเนื่องจากหลายคนมีปัญหาใหญ่ในบริเวณหางคิ้วที่
ดูตก

ดูมีอายุแบบเห็นชัด การฉีดโบท็อกซ์บริเวณหางคิ้ว

จะเข้าไปช่วยทำให้หางคิ้วดูยกเชิดขึ้น
เต่งตึงขึ้น
ดูอ่อนวัยมากขึ้นแบบรวดเร็ว
รอบดวงตา และบริเวณรอยตีนกา
ในบริเวณริ้วรอยรอบดวงตาและหางตา
เรียกได้ว่าเป็นปัญหากวนใจ
ของใครหลายๆคนเลยทีเดียว

การฉีดโบท็อกซ์จึงเข้าใปช่วยให้รอยย่น
รอยตีนกาเหล่านี้
หายไปได้ ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ในลักษณะนี้

จะใช้ยาในปริมาณที่ไม่มากนัก
แต่ยังสามารถกลับมาเกิดการย่นได้เช่นเดิม
เพราะเป็นบริเวณที่บอบบาง
อีกทั้งคนเราจะมีการแสดง
อารมณ์
ไม่ว่าจะยิ้ม ร้องให้หรือหัวเราะอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
โหนกแก้ม
ในบริเวณนี้ หลายคนค่อนข้างซีเรียสหนัก
เพราะการที่มีโหนกแก้มขนาดใหญ่จน
สามารถเห็นได้ชัด

จะทำให้ขาดความมั่นใจได้ง่ายโดยเฉพาะการถ่ายรูป
ที่ทำให้ภาพลักษณ์
ออกมาไม่ได้ดั่งใจ

การฉีดโบท็อกซ์บริเวณโหนกแก้มจึงถือเป็นตัวช่วยสำคัญ

ที่ทำให้บริเวณโหนกแก้มมีขนาด
เล็กลงกว่าเดิมได้โดย
ไม่ต้องศัลยกรรมใหญ่เลย
ปีกจมูก
ปัญหาของสาวๆหลายคนที่ไม่ควรมองข้าม

คือ
การที่มีรูปทรงจมูกที่แม้จะมีความสวยอยู่แล้ว

มีความโด่งอยู่แล้ว แต่ในบริเวณปีกจมูกที่ใหญ่
บานหรือกว้างนัก
จะทำให้ทรงดูไม่เข้ากับรูปหน้า
การฉีดโบท็อกซ์จะเข้าไปช่วยลดการทำงานของ
ปีกจมูก

ทำให้ดูเล็กลง ดูได้รูปทรงมากยิ่งขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม


ซึ่งถือได้ว่าเป็นการช่วย
เพิ่มความมั่นใจได้ดีเลยทีเดียว
ส่วนกรามและบริเวณรอบกรอบหน้า
บริเวณนี้ถือเป็นจุดยอดนิยมในการฉีด โบท็อก
หน้าเรียว
มากที่สุด เพราะ เป็นสัดส่วนที่สาวๆ
หลายคนมีปัญหา
การหน้าบาน ไม่เรียวเล็กตามสัดส่วนพิมพ์นิยม
การฉีดบริเวณส่วนนี้จะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็ก
ช่วยลดกราม มีความกระชับสวยและเข้ารูปมากยิ่งขึ้น
รวมไปถึง

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ช่วยเสริมโครงหน้าให้มีมิติ
ดูน่าค้นหามากกว่าใบหน้าที่ดีแบนๆ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน ปริมาณของยา และบริเวณที่ต้องฉีด
ของแต่ละคนตามความเหมาะสม

Botulinum Toxin

เกาหลี เยอรมัน อเมริกา มีความต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?

โบท็อกซ์เกาหลี โบท็อกซ์อเมริกา และ
โบท็อกเยอรมัน

นับว่าเเพทย์ทั่วโลกนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

เพราะสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของ
ริ้วรอย รูปหน้า ลดขนาดกรามให้เล็กลง
โครงหน้าดูมีมิติมากขึ้นผลลัพธ์มีความใกล้เคียงกัน
แต่มีความแตกต่างกันที่คุณสมบัติ

และระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้
โบท็อกซ์ของเกาหลี
ในส่วนของเกาหลี
จะมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์
โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-6 เดือนเป็นต้นไป

ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิว
บริเวณใบหน้าของแต่ละคน
รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีด
การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล
โบท็อกซ์เยอรมัน
เป็นโบท็อกโมเลกุลเล็ก
เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ
จะมีระยะเวลาการออกฤทธิ์

โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-12 เดือนเป็นต้นไป
ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิว
บริเวณใบหน้าของแต่ละคน
รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีด
การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล
โบท็อกซ์ของอเมริกา
ในส่วนของอเมริกา
จะมีระยะเวลาการออกฤทธิ์

โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-12 เดือนเป็นต้นไป

ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิว
บริเวณใบหน้าของแต่ละคน
รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีด
การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล

ควรฉีด

Botulinum Toxin

ยี่ห้อไหนที่ให้ผลลัพธ์ได้ดีที่สุด?

Allergan

Allergan Botox ส่งตรงมาจากประเทศอเมริกา
สารประกอบหลัก ได้แก่ Onabotulinumtoxin A
ซึ่งเป็นยี่ห้อแรกที่องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติให้ใช้รักษากันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น
บริเวณรอยขมวดคิ้ว
รอยย่น ตีนกา ซึ่ง Allergan Botox ผลิตโดยบริษัท Allergan ประเทศอเมริกา เป็นบริษัทยา
ที่
มีชื่อเสียงและยังเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดังหลายตัว

จุดเด่นของโบท็อกซ์ Allergan Botox

  • มีความบริสุทธิ์สูงมากถึง 99.5%
  • อยู่ได้นานถึง 5-6 เดือน
  • หลังฉีดมีโอกาสดื้อโบท็อกซ์น้อย
  • ตัวยากระจายเป็นวงแคบ ออกฤทธิ์ได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด
นิยมฉีดเฉพาะจุด เช่น ลดเหงื่อบริเวณรักแร้
Allergan Botox ที่ได้รับการรับรองในประเทศไทย
มี 2 แบบ
  • Allergan จำนวน 50 ยูนิต
  • Allergan จำนวน 100 ยูนิต

Xeomin

Botox Xeomin โบท็อกซ์ส่งตรงจากประเทศเยอรมัน
สารประกอบหลัก ได้แก่ incobotulinumtoxin A
ผลิตโดยบริษัท MERZ PHARMA GMBH & CO. KGaA
ใช้กระบวนการผลิตที่ทำให้ลดการปนเปื้อนของโปรตีน
มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อยาได้น้อย
ทั้งยังมีขนาดโมเลกุลที่มีขนาดเล็ก หากเทียบกับยี่ห้ออื่นๆชัดเจน
แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของระบบประสาทได้ดี

จุดเด่นของโบท็อกซ์ Xeomin

  • มีความบริสุทธิ์สูง
  • อยู่ได้นาน 3-6 เดือน
  • มีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะ XTRACT Technology
  • โอกาสดื้อโบท็อกซ์น้อย ยากระจายตัวดี
นิยมใช้ฉีดลดริ้วรอยทั่วใบหน้า ปรับรูปหน้าเรียว

หรือฉีดเฉพาะจุด เช่น น่อง แขน หน้าผาก

Botox Xeomin ที่ได้รับการรับรองในประเทศไทย
มี 2 แบบ

  • Xeomin จำนวน 50 units
  • Xeomin จำนวน 100 units

Nabota

Nabota Botox ส่งตรงมาจากประเภทเกาหลี
โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะ HI-PURE Technology
ที่ทำให้มีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์ได้ไว
ได้รับความนิยมอย่างเเพร่หลาย Nabota Botox
จึงถือว่าเป็นโบท็อกซ์ยี่ห้อเดียวที่ผ่านการรับรองจาก
USFDA (U.S. Food and Drug Administration)
มีผู้ผลิตคือบริษัท Daewoong Pharmaceutical

จุดเด่นของโบท็อกซ์ Nabota

  • มีความบริสุทธิ์สูง 
  • อยู่ได้นาน 3-6 เดือน
  • มีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะ HI-PURE Technology
  • มีโอกาสดื้อยาน้อย
นิยมใช้ฉีดลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าเรียว
หรือฉีดเฉพาะจุด
เช่น น่องขา
Nabota Botox ที่ได้รับการรับรองในประเทศไทย
มี 1 แบบ
  • Nabota Botox กล่องดำ
    จำนวน 100 units

HUGEL

HUGEL Botox
ส่งตรงจากประเทศเกาหลี
อีกหนึ่งยี่ห้อ

ผลิตโดยบริษัท Hugel Inc

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท บอน ซอง จำกัด

จุดเด่นของโบท็อกซ์ HUGEL

  • มีความบริสุทธิ์สูง
  • อยู่ได้นาน 3-6 เดือน
  • มีการกระจายตัวแคบ ออกฤทธิ์ไว
นิยมใช้ฉีดลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าเรียว ลดกราม
ฉีดเฉพาะจุด เช่น น่อง แขน

HUGEL Botox ที่ได้รับการรับรองในประเทศไทย
มี 2 แบบ

  • HUGEL จำนวน 50 units
  • HUGEL จำนวน 200 units

ฉีด

Botulinum Toxin

กี่วันถึงจะเห็นผล?

  • ฉีดเพื่อช่วยเรื่องริ้วรอยในส่วนบริเวณของหน้าผาก
    จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 3-7 วัน
  • ฉีดเพื่อช่วยเรื่องรูปหน้าบริเวณกราม เนื้อกราม
    จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 4-6 สัปดาห์
  • ฉีดเพื่อช่วยเรื่องบริเวณกรอบหน้า

    จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ฉีดเพื่อช่วยลดเหงื่อ ในส่วนของรักแร้

    จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์

การเตรียมตัวก่อนฉีด

Botulinum Toxin

ตามคำแนะนำของแพทย์

  • ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์

    สังเกตโบท็อกซ์แท้ของแต่ละยี่ห้อ
    เพื่อความปลอดภัย
  • ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานรับรองและแพทย์ที่พร้อมด้วยประสบการณ์
    เพราะ
    แพทย์จะต้องประเมินถึงปัญหาได้ตรงจุด แม่นยำ ทั้งยังวางแผนการรักษา
    ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, Ponstan
  • งดสครับใบหน้า คอร์สเลเซอร์
    หรือนวดบริเวณที่ฉีด
    เพื่อลดอาการเขียวช้ำ
  • หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำ

    ควรปรึกษาหรือแจ้งแพทย์ก่อนทำ
    ทุกครั้ง

หลังฉีด

Botulinum Toxin

ควรดูแลตัวเองยังไง ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด?

  • หลังฉีดควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง

    เพื่อให้โบท็อกซ์ถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด
    หรือทำตามคำเเนะนำ
    ของเเพทย์
  • ควรทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี
    เพื่อช่วยให้โบท็อกซ์ออกฤทธ์ไวขึ้น และทำงานดีขึ้น
  • งดนอนราบ นอนคว่ำ หรือก้มหัวต่ำกว่าอก 3-4 ชม.
    เพราะมีส่วนทำให้เลือด
    ไหลเวียนมารวมกันที่บริเวณ
    ใบหน้ามากขึ้นกว่าเดิม
    จะส่งผลให้โบท็อกที่ฉีดไหลไป
    บริเวณ
    ในที่
    ไม่ต้องการได้
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง
    48 ชม. เช่น
    ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด ทำเลเซอร์
  • หลังฉีดโบท็อกซ์ควรงดอาหารรสจัด และอาหารหมักดอง
    เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว
  • งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
    เนื่องจากจะส่งผลต่อการอักเสบ
    ยุบบวมช้า
    และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลงอีกด้วย

ฉีด

Botulinum Toxin

ที่คลินิกไหนดี?

เรื่องของการฉีดนอกจากผลิตภัณ์ที่ดี ที่ได้รับการยอมรับจากหลายๆ ประเทศแล้ว
“ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

ควรเลือกสถานที่รับการรักษาที่เชื่อถือได้และแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา
Classy Clinic เรามีทีแพทย์ที่มากประสบการณ์ มีความชำนาญและความแม่นยำ

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยดั่งใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ดังนั้นคำถามที่ว่าควรฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี
ต้อง Classy Clinic เท่านั้น
Classy Clinic

ครบครันด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
การรับรองความปลอดภัย
รวมไปถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการกับทุกคน

SCHEDULE
A CONSULTATION
SESSION

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Give yourself some daily rewards because loving and caring for yourself doesn’t need to wait.

เพราะการให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ควรต้องรอ

RELATED STORIES

Review from social media FB/IG

Related article

IG STORY