
โปรแกรมยกกระชับปัจจุบันมีให้เลือกเยอะไปหมด เราควรเลือกแบบไหนดี?
ปัจจุบันมี เครื่องยกกระชับพลังงาน RF มากมายในท้องตลาดทั้งยี่ห้อเก่า –ใหม่ หลักการใกล้เคียงกัน แต่ “ความรู้สึกและผลลัพธ์” อาจไม่เหมือนกัน จนหลายคนสงสัยว่า… ควรเลือกเครื่องไหนดี?
แบบไหนเหมาะกับหน้าเรา? และทำไมบางเครื่องถึงรู้สึกร้อนมากกว่ากัน?
วันนี้ทีมแอดมินของ Classy Clinic เลยรวบรวมข้อมูลจากคุณหมอ
สรุปให้เข้าใจง่ายตามทฤษฎี + ประสบการณ์จริงของผู้ทำมาแล้วค่ะ
ปัจจุบันมี “เครื่องยกกระชับ” แบ่งเป็น 2 พลังงานหลัก
แม้ว่าในตลาดจะมีเครื่องยกกระชับหลายชื่อ หลายรุ่น แต่ถ้าแบ่งตาม ระบบพลังงานในการทำงานจริง
เราสามารถเข้าใจง่าย ๆ ได้ว่า มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ที่สุด คือ

RF (Radio Frequency)
พลังงานความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุ
หลักการทำงาน
กระตุ้นคอลลาเจนยกกระชับผิวให้แน่นเฟิร์ม
เก็บแก้ม ลดความหย่อนคล้อยบางรุ่นช่วย
ยุบไขมันชั้นใต้ผิว ได้ด้วย
ความรู้สึกขณะทำ
อุ่นถึงร้อน ขึ้นกับผิวและไขมัน
แต่ละคนหากไขมันน้อย มักรู้สึกไวกว่า
หากไขมันเยอะ จะรู้สึกนุ่มกว่า
ตัวอย่างเครื่องที่อยู่ในกลุ่ม RF
Thermage FLX, Oligio, Oligio X
Onda Pro, Volnewmer, XERF
เหมาะกับคนที่ต้องการ เฟิร์มผิว
ยกกรอบหน้าแบบเป็นธรรมชาติ
2.MFU (Micro Focus Ultrasound
คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง
หลักการทำงาน
ยิงพลังงานลึกถึงชั้น SMAS
(ชั้นเดียวกับผ่าตัดดึงหน้า) เห็นผลการยก
ค่อนข้างชัดในเคสที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
คอลลาเจนค่อย ๆ ฟื้น
สวยต่อเนื่องนาน 3 – 6 เดือน
ความรู้สึกขณะทำ
อาจมีความรู้สึกจี๊ดเป็นจุด ๆ
ระดับการเจ็บขึ้นกับบริเวณ + ชนิดหัวพลังงาน
ตัวอย่างเครื่องที่อยู่ในกลุ่ม RF
ตัวอย่างที่อยู่ในกลุ่ม MFU
Ulthera, Ultraformer, Hifu
เหมาะกับเคสหย่อนคล้อยชัด
ต้องการมีผิวเฟิร์มกระชับขึ้น

แต่วันนี้เราจะมาเจาะลึก “เครื่อง RF”
เพราะเป็นกลุ่มพลังงานที่หลากหลายที่สุดในท้องตลาด และเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ
ที่หลายคนเลือกเริ่มต้นยกกระชับใบหน้า
ทำไมเครื่องยกกระชับแบบ RF ต้อง “ร้อน”?
พลังงาน RF (Radio Frequency) มีหน้าที่หลักคือสร้างความร้อนลงไปในชั้นผิวลึก (Dermis)
และชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) ความร้อนนี้มีผล 2 อย่าง
- กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึก
ทำให้ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าคมขึ้นและริ้วรอยตื้นลงเพราะคอลลาเจนถูก
“หดตัว–จัดเรียงใหม่” จากความร้อนที่พอดี
ทำให้ไขมันบางพื้นที่ยุบลงได้
(เฉพาะเครื่องที่ออกแบบมา)หากบริเวณนั้นมีไขมันสะสมอยู่ ก็จะช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น
อย่างเป็นธรรมชาติเพราะฉะนั้น… ทุกเครื่อง RF ต้องอาศัย “ความร้อน”
ในระดับที่เพียงพอเพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวถ้าพลังงานไม่ถึง
ความร้อนไม่ถึง – ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวอย่างที่คาดหวัง
ทำไมคนบางคนถึงรู้สึกว่ามัน “ร้อนมาก” กว่าคนอื่น?
แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นกับ “ชั้นผิวและโครงสร้างหน้าแต่ละคน”
คนไขมันน้อย
รู้สึกร้อนแบบเยอะและเร็วเหมือนความร้อนทะลุจากข้างในบางคนต้องหยุดพักเป็นช่วง ๆ
(ลูกค้าหลายคนบอกว่า “แค่ 2OO–3OO ช็อตก็อยากร้องแล้วค่ะ!”)
คนไขมันมากหรือผิวหนากว่า
รู้สึกช้ากว่า สบายกว่าความร้อนกระจายตัวนุ่มกว่ามักทำได้ยาวต่อเนื่อง ไม่ต้องพัก
ความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
บางคนรู้สึกร้อนเร็วมากบางคนหลับเฉยเพราะรู้สึกแค่อุ่น ๆ นี่คือเหตุผล
ว่าไม่มีคำตอบตายตัวว่าเครื่องนี้เจ็บกว่าเครื่องนั้นเพราะ “หน้าเราคือปัจจัยสำคัญที่สุด”
กลไกของหัวทรีตเมนต์แต่ละเทคโนโลยี ทำให้ความรู้สึกต่างกัน
แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นกับ “ชั้นผิวและโครงสร้างหน้าแต่ละคน”
- หัวทิปแบบยิงเป็นจุด (Dot RF)
พลังงานลงลึกแบบโฟกัสคนไขมันน้อยจะรู้สึกไวให้ผลยกกระชับเร็ว แต่รู้สึกชัดกว่า
- หัวทิปแบบกระจาย (Fractional / Dispersed RF)
ความร้อนกระจายกว้างรู้สึกนุ่มกว่า อุ่นกว่าเหมาะกับคนที่ไวต่อความร้อน
หัวทิปที่มีระบบทำความเย็น (Cooling System)
ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนเหมาะกับการลดไขมันเฉพาะจุด
หลายคนทำแล้วยังบอกว่า “สบายจนเผลอหลับ”
ทิปเย็นสลับร้อน (Hot–Cold Alternation)
เวอร์ชันปรับให้เนียนขึ้นหัวทิปชนิดนี้จะสลับ ความร้อนกับความเย็น ระหว่างทำ
ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนและทำให้ทรีตเมนต์เป็นประสบการณ์ที่ “สบายที่สุด”
ในกลุ่ม RFความร้อนจะค่อย ๆ ซึมลึก สะสมอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ได้พุ่งขึ้นรวดเร็วเหมือนหัวแบบลงจุดลึก จึงเหมาะกับคนที่ผิวบางหรือกลัวร้อนเป็นพิเศษ
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ… “ระดับความร้อนของ RF ไม่มีคำตอบตายตัว”
เพราะความรู้สึกระหว่างทำไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจาก หลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน เช่น
เทคนิคการยิง
ความเร็ว แรงกด
ระยะทับซ้อนของช็อต
โครงสร้างหน้าแต่ละคน
ผิวบาง/ผิวหนา ไขมันเยอะ
ไขมันน้อย
ประเภทของหัวทิป
ลงจุดลึก / กระจายร้อน
มีคูลลิ่ง / Hybrid
แล้วเราควรเลือกเครื่องแบบไหนดี?
คุณหมอของ Classy Clinic จะใช้หลักการนี้ในการออกแบบการรักษาให้แต่ละคน
โครงสร้างหน้าเป็นแบบไหน?
ไขมันเยอะไขมันน้อย ชั้นผิวหนา–บางมีแก้มย้อย
หรือแก้มตอบ → ช่วยเลือกเครื่องที่เหมาะที่สุด
ต้องการผลลัพธ์แบบไหน?
ยกกระชับชัดบูสต์ผิวแน่นเบิร์นไขมันเฉพาะจุดหน้าเรียวแบบไม่เจ็บแบบทันที หรือค่อย ๆ
ชัดขึ้น→ เครื่องแต่ละตัวให้
“คาแรกเตอร์ผลลัพธ์” ไม่เหมือนกัน
รับความร้อน–ความเจ็บได้แค่ไหน?
บางคนทำได้ยาว บางคนต้องแบ่งเป็นโซน
คุณหมอจะเลือกทิป–เทคนิคที่เหมาะกับระดับนี้







การเลือกเครื่องยกกระชับไม่ใช่การเลือกยี่ห้อ
แต่คือการเลือก “เทคนิคที่เหมาะกับหน้าเรา”
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นฮิต รุ่นใหม่ หรือเครื่องลดไขมันแบบสบาย ๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้ว่า…หน้าของเราต้องการ “ยก” หรือ “กระชับผิว” หรือ “ลดไขมัน”
ผิวเรารับความร้อนแบบไหนและการออกแบบพลังงานให้ถูกชั้นผิวสำคัญที่สุด
วันนี้ทีมแอดมินของ Classy Clinic เลยรวบรวมข้อมูลจากคุณหมอ
สรุปให้เข้าใจง่ายตามทฤษฎี + ประสบการณ์จริงของผู้ทำมาแล้วค่ะ

โปรแกรมยกกระชับปัจจุบัน
มีให้เลือกเยอะไปหมด เราควรเลือกแบบไหนดี?
ปัจจุบันมี เครื่องยกกระชับพลังงาน RF มากมาย
ในท้องตลาดทั้งยี่ห้อเก่า –ใหม่ หลักการใกล้เคียงกัน แต่ “ความรู้สึกและผลลัพธ์” อาจไม่เหมือนกัน
จนหลายคนสงสัยว่า… ควรเลือกเครื่องไหนดี?
แบบไหนเหมาะกับหน้าเรา?
และทำไมบางเครื่องถึงรู้สึกร้อนมากกว่ากัน?
วันนี้ทีมแอดมินของ Classy Clinic
เลยรวบรวมข้อมูลจากคุณหมอ
สรุปให้เข้าใจง่ายตามทฤษฎี +
ประสบการณ์จริงของผู้ทำมาแล้วค่ะ
ปัจจุบันมี “เครื่องยกกระชับ”
แบ่งเป็น 2 พลังงานหลัก
แม้ว่าในตลาดจะมีเครื่องยกกระชับหลายชื่อ
หลายรุ่น แต่ถ้าแบ่งตาม ระบบพลังงาน
ในการทำงานจริงเราสามารถเข้าใจง่าย ๆ ได้ว่า
มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ที่สุด คือ

RF (Radio Frequency)
พลังงานความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุ
หลักการทำงาน
กระตุ้นคอลลาเจนยกกระชับผิวให้แน่นเฟิร์ม
เก็บแก้ม ลดความหย่อนคล้อยบางรุ่นช่วย
ยุบไขมันชั้นใต้ผิว ได้ด้วย
ความรู้สึกขณะทำ
อุ่นถึงร้อน ขึ้นกับผิวและไขมัน
แต่ละคนหากไขมันน้อย มักรู้สึกไวกว่า
หากไขมันเยอะ จะรู้สึกนุ่มกว่า
ตัวอย่างเครื่องที่อยู่ในกลุ่ม RF
Thermage FLX, Oligio, Oligio X
Onda Pro, Volnewmer, XERF
เหมาะกับคนที่ต้องการ เฟิร์มผิว
ยกกรอบหน้าแบบเป็นธรรมชาติ

2.MFU (Micro Focus Ultrasound
คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง
หลักการทำงาน
ยิงพลังงานลึกถึงชั้น SMAS
(ชั้นเดียวกับผ่าตัดดึงหน้า) เห็นผลการยก
ค่อนข้างชัดในเคสที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
คอลลาเจนค่อย ๆ ฟื้น
สวยต่อเนื่องนาน 3 – 6 เดือน
ความรู้สึกขณะทำ
อาจมีความรู้สึกจี๊ดเป็นจุด ๆ
ระดับการเจ็บขึ้นกับบริเวณ + ชนิดหัวพลังงาน
ตัวอย่างเครื่องที่อยู่ในกลุ่ม RF
ตัวอย่างที่อยู่ในกลุ่ม MFU
Ulthera, Ultraformer, Hifu
เหมาะกับเคสหย่อนคล้อยชัด
ต้องการมีผิวเฟิร์มกระชับขึ้น
แต่วันนี้เราจะมาเจาะลึก “เครื่อง RF”
เพราะเป็นกลุ่มพลังงานที่หลากหลายที่สุดในท้องตลาด
และเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ
ที่หลายคนเลือกเริ่มต้นยกกระชับใบหน้า
ทำไมเครื่องยกกระชับแบบ RF ต้อง “ร้อน”?
พลังงาน RF (Radio Frequency) มีหน้าที่หลักคือสร้างความร้อนลงไปในชั้นผิวลึก (Dermis)
และชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat)
ความร้อนนี้มีผล 2 อย่าง
- กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึก
ทำให้ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าคมขึ้นและริ้วรอยตื้นลง
เพราะคอลลาเจนถูก“หดตัว–จัดเรียงใหม่”
จากความร้อนที่พอดี
ทำให้ไขมันบางพื้นที่ยุบลงได้
(เฉพาะเครื่องที่ออกแบบมา)หากบริเวณนั้นมีไขมันสะสมอยู่ ก็จะช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น
อย่างเป็นธรรมชาติเพราะฉะนั้น…
ทุกเครื่อง RF ต้องอาศัย “ความร้อน”
ในระดับที่เพียงพอเพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวถ้าพลังงานไม่ถึง
ความร้อนไม่ถึง – ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวอย่างที่คาดหวัง
ทำไมคนบางคนถึงรู้สึกว่ามัน “ร้อนมาก” กว่าคนอื่น?
แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน
เพราะขึ้นกับ “ชั้นผิวและโครงสร้างหน้าแต่ละคน”
คนไขมันน้อย
รู้สึกร้อนแบบเยอะและเร็วเหมือนความร้อนทะลุจากข้างในบางคนต้องหยุดพักเป็นช่วง ๆ
(ลูกค้าหลายคนบอกว่า “แค่ 2OO–3OO ช็อต
ก็อยากร้องแล้วค่ะ!”)
คนไขมันมากหรือผิวหนากว่า
รู้สึกช้ากว่า สบายกว่าความร้อนกระจายตัวนุ่มกว่ามักทำได้ยาวต่อเนื่อง ไม่ต้องพัก
ความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
บางคนรู้สึกร้อนเร็วมากบางคนหลับเฉยเพราะรู้สึกแค่อุ่น ๆ นี่คือเหตุผลว่าไม่มีคำตอบตายตัวว่าเครื่องนี้เจ็บกว่าเครื่องนั้นเพราะ “หน้าเราคือปัจจัยสำคัญที่สุด”
กลไกของหัวทรีตเมนต์แต่ละเทคโนโลยี ทำให้ความรู้สึกต่างกัน
แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน
เพราะขึ้นกับ “ชั้นผิวและโครงสร้างหน้าแต่ละคน”
- หัวทิปแบบยิงเป็นจุด (Dot RF)
พลังงานลงลึกแบบโฟกัสคนไขมันน้อย
จะรู้สึกไวให้ผลยกกระชับเร็ว แต่รู้สึกชัดกว่า
- หัวทิปแบบกระจาย (Fractional / Dispersed RF)
ความร้อนกระจายกว้างรู้สึกนุ่มกว่า
อุ่นกว่าเหมาะกับคนที่ไวต่อความร้อน
หัวทิปที่มีระบบทำความเย็น (Cooling System)
ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนเหมาะกับการลดไขมัน
เฉพาะจุดหลายคนทำแล้วยังบอกว่า “สบายจนเผลอหลับ”
ทิปเย็นสลับร้อน (Hot–Cold Alternation)
เวอร์ชันปรับให้เนียนขึ้นหัวทิปชนิดนี้จะสลับ
ความร้อนกับความเย็น ระหว่างทำ
ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนและทำให้ทรีตเมนต์
เป็นประสบการณ์ที่ “สบายที่สุด”
ในกลุ่ม RFความร้อนจะค่อย ๆ ซึมลึก สะสมอย่างสม่ำเสมอไม่ได้พุ่งขึ้นรวดเร็วเหมือนหัวแบบลงจุดลึก
จึงเหมาะกับคนที่ผิวบางหรือกลัวร้อนเป็นพิเศษ
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ…
“ระดับความร้อนของ RF ไม่มีคำตอบตายตัว”
เพราะความรู้สึกระหว่างทำ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจาก หลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน เช่น
เทคนิคการยิง
ความเร็ว แรงกดระยะทับซ้อนของช็อต
โครงสร้างหน้าแต่ละคน
ผิวบาง/ผิวหนา ไขมันเยอะไขมันน้อย
ประเภทของหัวทิป
ลงจุดลึก / กระจายร้อน มีคูลลิ่ง / Hybrid

แล้วเราควรเลือกเครื่องแบบไหนดี?
คุณหมอของ Classy Clinic จะใช้หลักการนี้
ในการออกแบบการรักษาให้แต่ละคน
โครงสร้างหน้าเป็นแบบไหน?
ไขมันเยอะไขมันน้อย ชั้นผิวหนา–บางมีแก้มย้อย
หรือแก้มตอบ → ช่วยเลือกเครื่องที่เหมาะที่สุด
ต้องการผลลัพธ์แบบไหน?
ยกกระชับชัดบูสต์ผิวแน่นเบิร์นไขมันเฉพาะจุดหน้าเรียวแบบไม่เจ็บแบบทันที หรือค่อย ๆ
ชัดขึ้น→ เครื่องแต่ละตัวให้
“คาแรกเตอร์ผลลัพธ์” ไม่เหมือนกัน
รับความร้อน–ความเจ็บได้แค่ไหน?
บางคนทำได้ยาว บางคนต้องแบ่งเป็นโซน
คุณหมอจะเลือกทิป–เทคนิคที่เหมาะกับระดับนี้






การเลือกเครื่องยกกระชับไม่ใช่การเลือกยี่ห้อ
แต่คือการเลือก “เทคนิคที่เหมาะกับหน้าเรา”
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นฮิต รุ่นใหม่
หรือเครื่องลดไขมันแบบสบาย ๆสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
ต้องรู้ว่า…หน้าของเราต้องการ “ยก” หรือ “กระชับผิว”
หรือ “ลดไขมัน”ผิวเรารับความร้อนแบบไหน
และการออกแบบพลังงานให้ถูกชั้นผิวสำคัญที่สุด
วันนี้ทีมแอดมินของ Classy Clinic
เลยรวบรวมข้อมูลจากคุณหมอ
สรุปให้เข้าใจง่ายตามทฤษฎี +
ประสบการณ์จริงของผู้ทำมาแล้วค่ะ











