หมอจูน Classy Clinic ดูแลเรื่องปากยังไงให้เป็น Classy Lips?

เพราะเราสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง ในแบบที่มีความสุข “Be Yourself in Better Version” เวลาดูแลคนไข้ หมอจึงถามความต้องการของแต่ละคนก่อนเสมอ ในคนหนึ่งคนไม่จำเป็นต้องสวยสไตล์เดียว เราจึงเอาความต้องการของแต่ละบุคคลในช่วงนั้น ๆ มาทำให้คุณเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

เมื่อก่อน ริมฝีปากที่สวย คือ ริมฝีปากที่บางและกระจับต้องชัดเท่านั้น แต่ทุกวันนี้โลกเรากว้างขึ้น สนุกขึ้น มีอะไรให้ไป Explore อีกมากมาย เทรนด์รูปปากก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน Classy Lips คือปากที่สวย มีสไตล์ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี เพราะเราใช้เทคนิค มุมมองของศิลปะ มาผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นผลงานชิ้นเดียวแบบ unique เป็นเอกลักษณ์ของคุณเท่านั้น

เพราะฉะนั้น จะแบบไหนที่คุณชอบ ที่คุณอิน ให้ Classy Lips ช่วยเนรมิตให้ได้ หมอจะช่วยปรับให้สิ่งที่คุณชอบ ให้เหมาะกับคุณในอย่างที่คุณต้องการ

ริมฝีปากไม่ใช่แค่ริมฝีปาก แต่เป็นจุด Charming หนึ่งของใบหน้า ริมฝีปากที่ได้รูป มีมิติ สัดส่วน รูปทรงเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างเสน่ห์ ความมั่นใจ และความสุขให้กับเจ้าของริมฝีปากได้แบบอมยิ้มทั้งวันเลย (อมยิ้มเบาๆ ด้วยเทคนิคยกมุมปากของหมอจูน)

Classy Clinic สนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวเองที่มีความสุข “Be Yourself in Better Version”

เรามีแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำปรึกษาเรื่องผลิตภัณฑ์ และการดีไซน์ทรงปาก ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

“Classy Clinic” เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 – 20:00
Call Center โทร. 02-513-5644 , 091-152-4266

Line 🆔 : @classyclinic (มี@) หรือคลิก 👉🏻 http://bit.ly/2IMl10W

FB : ClassyClinic • IG : ClassyClinic

ฟิลเลอร์แบบไหนเหมาะกับการฉีดปาก?

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ การใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ “HA”  เพื่อช่วยเติมเต็ม หรือเสริมให้ริมฝีปากกลับมาดูอวบอิ่ม เต่งตึง และสามารถใช้ปรับรูปปากเป็นทรงต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ ที่มีอยู่ในท้องตลาดมากมาย แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเหมาะกับฟิลเลอร์แบบไหนมากที่สุด

การเลือกฟิลเลอร์ชนิดต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการฉีดปาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?
1. ลักษณะของรูปทรงปากที่ต้องการ
2. ลักษณะรูปปาก ผิว ความยืดหยุ่นของริมฝีปากเดิม
3. จุดประสงค์ในการฉีดปาก เช่น ต้องการให้ริมฝีปาก ดูเต่งตึงมากขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปริมฝีปาก ต้องการให้ริมฝีปากหนาขึ้น หรือต้องการแต่งริมฝีปากให้เป็นรูปทรงต่างๆ หรือยกมุมปกให้มากขึ้นเป็นต้น
4. ความถนัด หรือความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะใช้ฟิลเลอร์แบบไหน จึงควรปรึกษา กับผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษา เพราะฟิลเลอร์แต่ละชนิด มีลักษณะแตกต่างกันไป ทั้งลักษณะความแข็ง ความนิ่ม 
การตั้งทรงได้ของเนื้อเจล และแพทย์ผู้ใช้ก็เลือกใช้ชนิดของฟิลเลอร์ และเทคนิคในการฉีดไม่เหมือนกัน

ดังนั้นนอกจากการเลือกฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองแล้ว อย่าลืมเลือกดูแลกับแพทย์ที่มีทักษะ ความชำนาญ และความชื่นชอบหลงใหลในการดูแลริมฝีปากให้สวยด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

ที่ CLASSY CLINIC เรามีแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำปรึกษาเรื่องผลิตภัณฑ์ และการดีไซน์ทรงปาก ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

“Classy Clinic” เปิดบริการทุกวันเวลา 10:00 – 20:00
Call Center โทร. 02-513-5644 , 091-152-4266

Line 🆔 : @classyclinic (มี@) หรือคลิก 👉🏻 http://bit.ly/2IMl10W

FB : ClassyClinic • IG : ClassyClinic

เพราะปากสวยไม่ได้มีแค่ทรงกระจับ

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์ปากกระจับ ตกแต่งริมฝีปากบาง มาแรงมากจนกลายเป็นแฟชั่น แต่ริมฝีปากที่สวย คือริมฝีปากที่บาง ๆ กระจับชัดๆ แค่นั้นหรือ?

ถ้าจะแบ่งความเข้าใจง่ายๆ ถึงลักษณะริมฝีปากที่คนทั่วไปรู้จัก น่าจะแบ่งได้เป็น 2 แบบ หลักๆ คือแบบ สายฝอ (ฝรั่ง) กับแบบสายเกา (เกาหลี) แล้วทั้ง 2 แบบนี้ ต่างกันอย่างไรบ้าง เราจะมาลองจับลักษณะเด่น ๆ ของทั้ง 2 แบบให้ดู

1. สายฝอ (ฝรั่ง) เน้นเรื่องความอิ่มของริมฝีปาก ให้มีความเต็ม ไม่โค้งเว้าสักเท่าไหร่ เน้นความคมชัดของริมฝีปาก เพิ่มความ Sexy ให้กับใบหน้า สัดส่วนของริมฝีปากบนและล่าง อาจจะแตกต่างกันไปตามความชอบของแต่ละบุคคล แต่สายฝอ จะไม่นิยมให้ริมฝีปากบางเกินไป ซึ่งลักษณะของสายฝอ ก็ยังมีแยกย่อยลงไปเป็นรูปแบบต่าง ๆ อีกมากมาย

2. สายเกา (เกาหลี) สายเกานี้เน้นความน่ารัก สดใส ขี้เล่น ชอบความโค้งมนของรูปริมฝีปาก ให้เป็น Curve หรือเป็นรูปตัว M อาจมีการยกมุมปากให้ดูยิ้มน่ารัก เพื่อช่วยเพิ่มเสน่ห์อีกด้วย ริมฝีปากบนและล่างอวบอิ่มกำลังพอดี ด้านล่างหนากว่าเล็กน้อย สายเกานี้ก็ยังมีลักษณะของริมฝีปากแยกย่อยลงไปอีกเหมือนสายฝอ เช่นเดียวกัน

ริมฝีปากเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เป็นเซ็นเตอร์ของใบหน้า ริมฝีปากเปลี่ยน Mood and Tone ของใบหน้าก็เปลี่ยนไปด้วย

การดูแลเรื่องความงามเป็นศิลปะ ใช้หัวใจ อารมณ์ ความรู้สึก มุมมองในการมองเห็น และการตีความไม่เหมือนกัน ศิลปะที่แต่งแต้มเข้ามาในร่างกาย เราจึงต้องใช้ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดีและเหมาะสม ดูแลโยแพทย์ที่มีความเข้าใจ ความรัก และความชำนาญในสิ่งที่ทำ

Classy Clinic สนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวเองที่มีความสุข “Be Yourself in Better Version”

เรามีแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำปรึกษาเรื่องผลิตภัณฑ์ และการดีไซน์ทรงปาก ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

“Classy Clinic” เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ 10:00 – 20:00
Call Center โทร. 02-513-5644 , 091-152-4266

Line 🆔 : @classyclinic (มี@) หรือคลิก 👉🏻 http://bit.ly/2IMl10W

FB : ClassyClinic • IG : ClassyClinic

เคยศัลยกรรมปากมาแล้ว CLASSY LIPS ช่วยได้มั้ย?

การเติม “ฟิลเลอร์ปาก” เทรนด์ความงามที่มาแรงมากๆ  เพราะความสวยได้ทำได้โดยไม่ต้องพักฟื้น เลือกทรงได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น สไตล์น่ารักแบบเกาหลี หรือ Sexy แบบ สายฝอ แต่ก่อนที่สาวจะเลือกเติมฟิลเลอร์ปาก คำถามที่ถูกถามมากที่สุดคือ 
“เคยศัลยกรรมปากมาแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้หรือไม่”

การทำศัลยกรรมปากสามารถช่วยตกแต่งให้ริมฝีปากบางลง ได้รูปตามที่ต้องการได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แผลเป็นจากการผ่าตัด หรือพังผืด อาจทำให้รูปปากไม่เป็นแบบที่ต้องการ การใช้ฟิลเลอร์ ด้วยเทคนิค CLASSY LIPS จึงเป็นวิธีการที่ดี ในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากการผ่าตัดได้ 

ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขริมฝีปากที่บางมากเกินไป จนกระทั่งเห็นฟัน ริมฝีปากที่ไม่สามารถชนกันได้สนิท หรือช่วยทำให้ริมฝีปากที่ผิดรูป จากการหดรั้งของแผลเป็น ที่เป็นผลจากการผ่าตัด Classy Lips สามารถตกแต่งรูปปาก ให้สวยงามเป็นรูปทรงตามที่ต้องการได้ดีอีกด้วย

ที่ CLASSY CLINIC เรามีแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำปรึกษาเรื่องผลิตภัณฑ์ และการดีไซน์ทรงปาก ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

“Classy Clinic” เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ 10:00 – 20:00
Call Center โทร. 02-513-5644 , 091-152-4266 Line 🆔 : @classyclinic (มี@) หรือคลิก 👉🏻 http://bit.ly/2IMl10W
FB : ClassyClinic • IG : ClassyClinic

ไขความลับ! ผิวสวยของผู้หญิง 3 ช่วงวัย

วัยที่ต่างกันทำให้การดูแลผิวจึงต่างกันไปด้วยเพราะนอกจาก ปัจจัยมลภาวะแวดล้อมที่สาวๆ ต้องเผชิญแล้ว ยังเกิดได้จากเรื่องทั่วไป เช่นการยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้วหรือการแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งส่งผลให้ใบหน้า เกิดเป็นริ้วรอย และค่อยๆ ลึกมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสูงวัย และเหนื่อยล้าไม่สดใส  ดังนั้นการดูแลผิวให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยจึงมี ความสำคัญเพราะแต่ละวัยต้องการ การดูแลที่แตกต่างกัน

ตามปัญหาและสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีและอ่อนวัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม 

 สาวใสวัย 20

แม้ว่าสาวๆ วัย 20 ปีจะมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง เต่งตึงเพราะเป็นช่วงที่ผิวมีคอลลาเจนเป็นจำนวนมาก แต่รู้หรือไม่ว่าในทุกๆ วันผิวของสาวๆ ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นควัน ความร้อน แสงแดด อนุมูลอิสระ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ทำให้โครงสร้างผิว ชั้นต่างๆ อ่อนแอลงเกิดปัญหาใบหน้าหมองคล้ำไม่สวยใสเปล่งปลั่งเหมือนเช่นเคยเคล็ดลับ สาว ๆ ในวัยนี้ควรดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ เพิ่มความชุ่มชื้น (มอยส์เจอร์ไรเซอร์) และครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน พร้อมเสริมความแข็งแรงให้แก่ผิวด้วยการทำทรีตเม้นต์ใบหน้าเพื่อเติมความกระจ่างใสและฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้ำด้วยการผลักวิตามินนานาชนิดเข้าสู่ผิวชั้นใน เพื่อบำรุงผิวของสาวๆ ให้กลับมาแข็งแรงสดใสอีกครั้ง

 สาวทำงานวัย 30 – 40+

เมื่ออายุย่างเข้าเลข 3 ปัญหาผิวก็ เริ่มเข้าคืบคลานสาวๆ มากขึ้น ซึ่งมีปัจจัยมาจากความเครียด การทำงานที่หักโหม การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมทั้งกระบวนการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินที่เริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดริ้วรอยตื้นๆ บริเวณร่องแก้มและหน้าผาก แถมการผลัดเซลล์ผิว ที่ลดลงยังทำให้ผิวของสาวๆ เกิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำสีผิวไม่สม่ำเสมอ จนผิวหน้านำอายุ อย่าปล่อยให้ใครมาเรียกป้า! ปฏิวัติผิวของสาวๆ ด้วยการทาครีมบำรุงผิวควบคู่กับการทำทรีตเมนท์ พร้อมเติมความใสให้แก่ผิวจากภายในด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผักใบเขียว และผลไม้หลากสี เพื่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย แต่ในยุคเร่งรีบไม่ค่อยมีเวลาหาผักผลไม้สดๆ ทาน  การดริปวิตามินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ผิวของสาวๆ สวยใสแบบเร่งด่วน เพราะสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ทันที แต่อย่าลืมเลือกสถานพยาบาลที่สะอาด ปลอดภัยและน่าเชื่อถือด้วยนะคะ

สาวมากประสบการณ์ วัย 50+

ปิดท้ายด้วยผู้หญิงไพรม์ไทม์วัย 50 ปีขึ้นไป หลายคนประสบปัญหาเรื่องผิวพรรณไม่น้อย เพราะโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก และฮอร์โมนที่ลดลง โดยเฉพาะในหญิงวัยหมดประจำเดือน รวมถึงมลภาวะต่างๆ รอบตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเป็นริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า อย่าง ร่องแก้ม หน้าผาก หางตาฯลฯ ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจอยากย้อนกลับไปเป็นสาววัย 20 อีกครั้งเคล็ดลับ สำหรับวัยนี้ นอกจากดูแลผิวหน้าแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญ คืออย่าลืมที่จะหันมาดูแลตัวเองทั้งภายใน 

และภายนอกด้วยการทานอาหารที่มี ประโยชน์ บำรุงผิวด้วยครีมอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือถ้าอยากให้ชัวร์จะพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงที่สามารถยกกระชับ คืนความอ่อนเยาว์ ให้แก่ผิวของคุณได้อย่างตรงจุด ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของสาวๆ ยุคปัจจุบันได้เช่นกันค่ะ

เมื่อเราทราบเคล็ดลับการดูแลผิวในแต่ละช่วงวัยกันไปแล้ว อย่ารอให้ผิวของคุณร่วงโรยตามอายุ จนยากต่อการดูแล หันมาใส่ใจตัวเอง

ขอคำปรึกษาการดูแลผิวจากแพทย์ และทีมผู้เชี่ยวชาญ ด้านผิวพรรณและความงาม เพื่อการดูแลผิวที่ตรงจุด

“Classy Clinic” เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 – 20:00
Call Center โทร. 02-513-5644 , 091-152-4266

Line 🆔 : @classyclinic (มี@) หรือคลิก 👉🏻 http://bit.ly/2IMl10W

FB : ClassyClinic • IG : ClassyClinic

ฉีดไขมันหน้าเด็กอย่างไร ให้ไขมันติด และอยู่ได้นาน!!

ไม่ใช่แค่ฉีดให้ติด และอยู่ได้นาน แต่ฉีดแล้วสวยหรือไม่ด้วยก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างแรกเลย คนไข้จะต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี โดยเฉพาะคุณหมอที่จะทำให้เรา เทคนิคที่ใช้ รวมถึงการดูแลของคนไข้เองก็มีส่วนช่วยด้วยเช่นกันค่ะ

  • ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์
    แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญพอที่จะเก็บเซลล์ไขมันออกมาได้ดี และมีประสิทธิภาพ คือ เซลล์ต้องยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้น แพทย์ถึงจะนำเซลล์ไขมันไปคัดแยกด้วยเทคนิคที่ดี ผ่านอุปกรณ์และเครื่องมือที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีชีวิต และแข็งแรง อันนี้ใช้ความละเอียดอ่อนของแพทย์เป็นหลัก เพราะบางทีดูดมาได้ 100 ใช้ได้จริง 20 ก็มี อันนี้แพทย์ต้องใส่ใจและทุ่มเท เพื่อที่จะเก็บไขมันที่ดีให้ได้พอสำหรับคนไข้
  • เทคนิคและขั้นตอนการฉีด
    อันนี้สำคัญมาก เพราะแพทย์ผู้ทำต้องมีเทคนิคที่ดีในการปล่อยเซลล์ไขมันในปริมาณที่เหมาะสมในชั้นต่างๆ เพื่อให้ได้ทั้งการเกาะติดของไขมันที่ดี รูปทรงที่ต้องการ และประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวที่ดีที่สุดด้วย
  • ตัวคนไข้เอง
    นอกจากคนไข้ต้องมีไขมันที่มีคุณภาพแล้ว การดูแลและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็มีส่วนช่วยให้ไขมันนั้นอยู่ได้นานขึ้นนั่นเองค่ะ

Re-Face คืออะไร?

Re-Face คือ เทคนิคการปรับรูปหน้า สร้างมิติโดยการปลูกถ่ายเซลล์ไขมันจาก จุดนึงมาบริเวณใบหน้า เพื่อช่วยให้ใบหน้าได้ สัดส่วน พร้อมแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหา หน้าตอบ, หน้าผากแบน, ขมับบุ๋ม, ปัญหาใต้ตาลึกโบ๋, ร่องแก้มลึก รวมถึงหน้าไม่ได้รูป เพื่อให้คุณดูอ่อนเยาว์ ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยไขมันจากตัวคุณเอง ที่สำคัญ ไม่เกิดอันตราย และอยู่ได้อย่างยาวนาน
  • ฉีดไขมันหน้าเด็ก คุ้ม จบ ครบทุกปัญหา
  •  หน้าเด็ก อ่อนเยาว์ ด้วยไขมันตัวเอง
  •  แก้ไขหน้าตอบ/หน้าผากแบน/ขมับบุ๋ม
  •  แก้ไขใต้ตาลึกโหล/ร่องแก้มลึก
  •  ปรับรูปหน้า ปรับโหงวเฮ้ง
  •  เน้นดีไซน์ เพิ่มการเกาะติดของไขมัน
  •  ได้ผลดีกว่าฉีดฟิลเลอร์หลายเท่า
  •  ไม่แพ้ ไม่มีผลข้างเคียง อยู่ได้นาน
  •  ไม่เป็นก้อน เรียบเนียนไปกับสภาพผิว
  •  ผิวเปล่งปลั่ง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  •  ดูแลด้วยทีมแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ

ฉีดไขมันแล้วไม่ติด คืออะไร?

  •  ไขมันติดหรือไม่ เราวัดกันที่ 3-6 เดือน เมื่อครบ 3 เดือน เราจะทราบแล้วว่าปริมาณไขมันติดมากน้อยแค่ไหน ช่วยแก้ปัญหาต่างๆบนใบหน้าได้หรือไม่ แล้วแก้ออกมาได้สวยหรือเปล่า หรือฉีดออกมาไม่นานก็ยังเป็นแบบเดิม แบบนี้ถึงเรียกว่าฉีดไขมันไม่ติด!
  •  ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์เป็นสำคัญ ตั้งแต่มีความสามารถในการเก็บเซลล์ไขมันออกมาได้ดีหรือไม่? ขั้นตอนการฉีด การปล่อยเซลล์ไขมันอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมหรือเปล่า เพื่อให้ได้ทั้งการเกาะติดของไขมันที่ดี รูปทรงที่ต้องการ รวมถึงประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ
 ที่ Classy Clinic เราใช้เทคนิค Re-Face โดยคุณหมอจูน เน้นเรื่องดีไซน์ ไขมันติดถูกจุดแม้ฉีดเพียงครั้งเดียว มั่นใจกับผลลัพธ์ได้แน่นอน

RE-FACE ฉีดไขมันหน้าเด็ก มี 3 แบบ คืออะไรบ้าง?

 1. Re-FACE


แบบที่ 1 คือ การเก็บไขมันจากร่างกายเราแล้วเอามาทำให้บริสุทธ์ เพื่อนำกลับมาฉีดตามบริเวณที่ต้องการ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ + ความชำนาญของแพทย์ ที่จะทำให้เซลล์ไขมันมีชีวิตอยู่รอดไปจนเกาะติดในเนื้อเยื่อบนใบหน้าเรา พร้อมแก้ปัญหาต่างๆ เช่น หน้าตอบ หน้าผากแบน ขมับบุ๋ม ใต้ตาลึกโบ๋ ร่องแก้ม หรือปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเซลล์ไขมันจะอยู่แบบนั้นไปตลอด จนกว่าจะมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ มาทำให้เค้าสลายไป

 2. Re-FACE + Stem cell PRP


วิธีการนี้จะเป็นการใช้ แบบที่ 1 + การสกัดสเต็มเซลล์จาก “เกล็ดเลือด” (Stem cell PRP) ซึ่งความมหัศจรรย์ของเกล็ดเลือดเรา สามารถทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยหรือแผลเป็นต่างๆ บนใบหน้าลดเลือนจางลง รูขุมขนและผิวหน้ากระชับเต่งตึงขึ้น ทำให้ใบหน้าคุณดูเด็กอ่อนเยาว์ลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 “เกล็ดเลือด” ที่ถูกสกัดออกมาจากเลือดเราเองนั้น จะมีความเข้มข้นมากกว่าเลือดปกติ 3-4 เท่า และในเกล็ดเลือดยังมีสารมหัศจรรย์อีกตัวที่ชื่อ “Growth Factor”ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเซลล์ที่ชำรุดให้กลับมามีชีวิต และซ่อมแซมตัวเอง เพื่อฟื้นบำรุงสภาพผิวหน้าจากปัญหาต่างๆ ทั้ง สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงริ้วรอยแห่งวัย

 3. Re-FACE + Double Stem cell (PRP+Fat)

วิธีการนี้เป็นนวัตกรรมเชิงซ้อน โดยการผสมสเต็มเซลล์จากเลือด และสเต็มเซลล์จากไขมัน ดังนั้นสเต็มเซลล์ที่ได้จากวิธีการนี้ จะเป็นสเต็มเซลล์ที่มีคุณภาพ และบริสุทธิ์ที่สุด มีความพิเศษกว่าแบบที่ 1, 2 ตรงที่สามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์การเกาะติดของเซลล์ไขมันได้สูงมากๆ ถือว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ยากที่สุดในบรรดา Re-FACE ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ดังนั้นวิธีการของแบบที่ 3 ต้องใช้แพทย์ที่ชำนาญ และรู้ขั้นตอนในการเก็บรักษาไขมันและสเต็มเซลล์ให้มีชีวิตรอดจริงๆ ซึ่ง “หมอจูน Classy Clinic” สามารถทำได้และประสบความสำเร็จเห็นผลได้จริง

 วิธีการนี้เหมาะสำหรับใบหน้าที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมานาน ริ้วรอยต่างๆ ลึกและเห็นชัด แต่อยากย้อนวัยลงไปสัก 10-20 ปี หรือมีอาชีพที่ต้องใช้หน้าตาตลอดเวลา เรียกได้ว่ามีความจำเป็นอย่างสูงในการดูแลใบหน้า ให้อยู่ยงคงกระพันไปได้นานๆ ต้องบอกเลยค่ะว่าวิธีการนี้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ถ้าใครได้ทำแล้ว เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนสุดๆค่ะ

Re-Face Program ฉีดไขมันหน้าเด็ก เหมาะกับใคร ?

  •  ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
  •  ผู้ที่มีปัญหา แก้มตอบ หน้าผากแบน ขมับบุ๋ม
  •  ผู้ที่มีปัญหา ใต้ตาลึกโหล ร่องแก้มชัด
  •  ผู้ที่ต้องการเติมเต็มริมฝีปาก หรือคางให้สวยงาม
  •  ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูเด็กลง
  •  ผู้ที่ต้องการเติมเต็มในส่วนที่ขาด เช่น มือ หน้าอก ที่ลับ สะโพก หรือแผลเป็นต่างๆ ที่ดูลึกไม่ได้รูป เป็นต้น
ที่สำคัญการฉีดไขมัน Re-Face ไม่มีผลข้างเคียง ไม่เกิดอาการแพ้ เพราะเป็นไขมันตัวเอง คุ้มกว่าการฉีดฟิลเลอร์หลายเท่า และอยู่ได้อย่างยาวนาน
สอบถามโปรโมชั่น