SCULPTRA - กระตุ้นคอลลาเจน
คืนความอ่อนเยาว์

Key benefits:

Sculptra ยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอย 

ปรับโครงสร้างผิว

ปรึกษา
แพทย์ฟรี

ระยะเวลา(นาที):
90 - 120

ระยะพักฟื้น:
1-2 วัน

sculptra กระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์​

Sculptra

คืออะไร?

Sculptra คือ การฉีดสารที่มีคุณสมบัติช่วย
กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว The poly-L-lactic acid (PLLA-SCA)
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ที่มีความปลอดภัยมาก เพราะได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา จากทั้งสหรัฐอเมริกา
(US FDA) ยุโรป
และไทย (Thai FDA)
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาของตัวยาก็จะสลาย
ออกไปจากร่างกายได้เองอย่างปลอดภัย
ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบขวดคล้ายกับโบท็อกซ์นำมาผสมกับ
น้ำกลั่นสเตอร์ไรด์ (Sterile water) แล้วฉีดเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง
และชั้นผิวหนังแท้
หลังจากนั้นผิวจะค่อยๆ ดูดซึมตัวยาเข้าสู่ร่างกาย เส้นผม กระดูก เนื้อเยื่อ และผนังหลอดเลือด
และเริ่มกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูยกกระชับ
ริ้วรอยลดลงได้อย่างดีสกัดมาจากสาร plla (poly l lactic acid)
ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยิน เพราะ plla เป็น 1 ในวัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมละลายที่ใช้ในการร้อยไหม
มีจุดเด่นในการช่วย
กระตุ้นคอลลาเจนได้ดี แต่สำหรับ plla
จะมาในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
sculptra ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 25 เดือน

Sculptra

กระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับ
คืออะไร? เหมาะกับใคร?

ทุกๆ ปีมนุษย์เราจะสูญเสียคอลลาเจนไปปีละ 1.5 เปอร์เซ็นต์
เมื่ออายุเข้าสู่วัยกลางคนกลไกการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติในชั้นหนังแท้จะลดลงไปถึง 1 ใน 5 และเมื่อใกล้เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ

การกระตุ้นคอลลาเจนจะหายไปถึง 1 ใน 3 ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวอ่อนแอไม่ยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยทั้งบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม
ร่องน้ำหมาก และตีนกา ผิวไม่กระชับและยืดหยุ่นเหมือนเดิม
จึงจำเป็นต้องกระตุ้นคอลลาเจนใน
ชั้นผิวให้ใบหน้ากลับมาเปล่งปลั่งตึงกระชับ
ดูมีน้ำมีนวล

Sculptra

ทำงานอย่างไร?

เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก ตัวยาก็จะเริ่ม
กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไปทั่วผิว หลังจากนั้น สาร plla หรือ poly l lactic
ที่ใช้กระตุ้น
คอลลาเจนจะไปเพิ่มปริมาณเซลล์ fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของการกระตุ้นคอลลาเจน
ยกกระชับและช่วยสร้างความแข็งแรง
ให้โครงสร้างผิวภายใน
การฉีด sculptra ในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน
นอกจากนี้สาร plla หรือ poly l ที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจนจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็น lactic acid
ไปกระตุ้นขบวนการสังเคราะห์เส้นใย
คอลลาเจน ผ่านการเรียกเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า แมคโครฟาจ มาช่วยในการทำงาน เมื่อเวลาผ่านไป plla ที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจนจะค่อยๆ เสื่อมสลายไป แต่การสะสมของคอลลาเจน ยังคงอยู่จึงสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย
ยกกระชับได้อย่างยาวนาน โดยขบวนการดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 5
หลังรับการรักษาและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องให้
กระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองอีกครั้ง

คอลลาเจนคืออะไร?

ทำไมต้องกระตุ้นคอลลาเจน?

คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลักๆ ของผิวมนุษย์ ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง
ทำให้รูปแบบของผิวดูมีความยืดหยุ่น เต่งตึง และเรียบเนียน แต่เมื่ออายุ 25+ คอลลาเจนตามธรรมชาติจะลดลง 1.5% ทุกปี
และเมื่ออายุ 30+ การสร้างคอลลาเจนจะลดลงเหลือเพียง 20-30% ส่งผลให้ผิวหน้าดูแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอยร่องลึก
และความหย่อนคล้อย
sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากถึง 65.5%
คอลลาเจนจึงมีส่วนสำคัญ ยิ่งผิวมีการกระตุ้น
คอลลาเจนเยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยชะลอริ้วรอย
ความหย่อนคล้อยของผิวที่ทำให้ดูแก่กว่าวัย
ช่วยยืดอายุผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ดูเฟิร์มขึ้นนั่นเอง

คอลลาเจน 5 ชนิดที่สามารถพบได้บ่อยในร่างกาย

คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I)
ซึ่งพบมากถึง 90% ของคอลลาเจนทั้งหมดในร่างกาย และสำคัญที่สุด

ช่วยในการเสริมความยืดหยุ่น การสมานแผล
สามารถพบได้ในผิวหนัง,เส้นผม,กระดูก,เนื้อเยื่อ และผนังหลอดเลือด
คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) 
เป็นชนิดที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าชนิดที่ 1 พบมากในกระดูก,กระดูกอ่อน
และข้อต่อ
มีหน้าที่ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน
คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III)
มักพบร่วมกับประเภทที่ 1 คือพบในผิว,กล้ามเนื้อ,
ผนังหลอดเลือด
และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกาย
แต่พบได้น้อยกว่าประมาณ 10 %
คอลลาเจนประเภทที่ 4 (Collagen Type IV) 
เป็นคอลลาเจนที่มีลักษณะเฉพาะตัว พบมากบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้ม
กล้ามเนื้อ,ไขมัน นอกจากนี้
ยังมีส่วนช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาท และเส้นเลือดอีกด้วย
คอลลาเจนชนิดที่ 5 (Collagen Type V) 
สามารถพบได้ในบริเวณเดียวกันกับชนิดที่ 1
เป็นคอลลาเจนที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อบุเซลล์ต่างๆ พบในผิวของเซลล์ และเส้นผม

คอลลาเจนชนิดไหนจำเป็นต่อผิวของเรามากที่สุด?

คอลลาเจนที่มีความสำคัญกับผิวหนังของเราต้องการมากที่สุดก็คือ Collagen Type I

ที่พบมากที่สุดในผิวหนัง
ยิ่งอายุเรามากขึ้นกับกันร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง
เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไปเราจะเริ่มสูญเสีย
คอลลาเจนในผิวปีละ 1-2%
และเมื่ออายุถึง
45 ปีการสร้างคอลลาเจนในผิวจะยิ่งเริ่มลดลงน้อยลง
สัญญาณอย่างหนึ่งที่มองได้เห็นคือผิวจะไม่กระซับเหมือนเดิม เกิดริ้วรอยต่างๆที่ชัดเจนขึ้น

ซึ่ง Orignal Collagen Biostmultor เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการผลิต Collagen Type I สูงถึง 66.5%
หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือน ซึ่งถ้าเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ
ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่สามารผลิต Collagen Type I
ได้มาก
เทียบเท่ากับ Sculptra ตอนนี้

สกินแคร์ทั่วไปสามารถกระตุ้นคอลลาเจน
ได้หรือไม่?

สกินแคร์ทั่วไป : สกินแคร์ทั่วไปมักใช้ทาภายนอก และมักจะประกอบด้วยส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเรียบเนียน
ส่วนผสมเหล่านี้อาจรวมไปถึง
เรตินอล กรดไฮยาลูโรนิก และวิตามินซี
อย่างไรก็ตาม
ส่วนผสมเหล่านี้ไม่สามารถซึมลึกพอ
ที่จะกระตุ้นคอลลาเจนให้เกิดการสร้าง
คอลลาเจนได้
การฉีด Sculptra : จะฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังโดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยกรด plla poly l lactic acid 
ซึ่งทำหน้าที่เป็นสิ่ง
กระตุ้นคอลลาเจน
เมื่อฉีด plla เข้าไปในชั้นผิวหนัง plla จะค่อยๆ แตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ
ซึ่งจะไปกระตุ้นคอลลาเจนขึ้นใหม่

Sculptra

ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

  1. ช่วยฟื้นฟูและดูแลผิวชั้นลึกและปรับโครงสร้างผิวจากภายใน มีสาร PLLA poly l lactic acid ซึ่งกระตุ้นคอลลาเจนในผิวหนัง จากนั้นคอลลาเจนนี้จะช่วยในการฟื้นฟู
    และปรับโครงสร้างผิวหนังให้มีความแข็งแรงและสมบูรณ์มากขึ้น
    นี่คือสิ่งที่ทำให้ผิวดูมีความสมบูรณ์และสุขภาพดีขึ้นได้
  2. เพิ่มปริมาตรร่องบนใบหน้าต่างๆ และใบหน้าส่วนที่ตอบเข้าไป จากผิวหนังที่บางตัวลง
  3. ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ช่วยยกระชับผิวหนังที่อาจมีการ
    หย่อนคล้อย
    โดยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูมีความยืดหยุ่นและสมบูรณ์ขึ้น
  4. เติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกให้ดูธรรมชาติ 
    ช่วยเติมเต็มจุดริ้วรอยและร่องลึกให้ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด

    การกระตุ้นคอลลาเจนนี้ช่วยให้ริ้วรอยและร่องลึกลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  5. ลดริ้วรอยเล็กๆ และทำให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียน ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
    ที่อาจเกิดจากการร่วงโรยของผิวหนัง และทำให้ผิวดูตึงกระชับและเรียบเนียนมากขึ้น
    นี่คือการปรับปรุงความละเอียดและความคมชัดของผิว
  6. เสริมความชุ่มชื้นให้ผิวกระจ่างใส ช่วยให้ผิวหนังของคุณชุ่มชื่นและกระจ่างใส
    โดยช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่ช่วยให้ผิวดูสดใสและมีความชุ่มชื่นมากขึ้น ผิวหนังจะดูมีสุขภาพและกระจ่างใสมากขึ้น
  7. เสริมการทำงานของเครื่องมือกลุ่มยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน

    เช่น Thermage Ulthera Potenza จะมีเซลล์ fibroblast ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ collagen สูงขึ้น การตอบสนองหลังการรักษาด้วยเครื่องมือยกกระชับต่างๆ จึงดีขึ้น
    ส่งเสริมซึ่งกันและกัน
  8. ช่วยในการรักษาหลุมสิว โดยถือเป็น
    เครื่องมือหรือตัวยาหนึ่งที่เปลี่ยนวงการ

    การรักษาหลุมสิวเลยก็ว่าได้เพราะโดยปกติ หลุมสิวเป็นที่ตอบสนองต่อเลเซอร์ได้จำกัด
sculptra เคสรีวิว
sculptra เคสรีวิว

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉีด

Sculptra

  1. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน
    ก่อนการฉีด
  2. ไม่อยู่ในภาวะการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  3. หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาใดๆ อยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องกันอาการฟกช้ำที่อาจเกิดขึ้นได้
  4. งดยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น กลุ่มยาแอสไพริน
    วิตามินอี น้ำมันปลา ฯลฯ

ขั้นตอนการฉีด

Sculptra

  1. แพทย์ตรวจสอบปัญหาผิวและประเมินปริมาณการใช้ตามความเหมาะสม
  2. ก่อนทำ จะทำการแปะยาชา ประมาณ 30 – 45 นาที เพื่อลดความแสบขณะฉีด
    เนื่องจากตัวยามีลักษณะที่หนืดและเข้มข้นมาก
  3. แพทย์แกะกล่องต่อหน้าของคนไข้
    เพื่อตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้
  4. ฉีดเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
    ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  5. หลังทำอาจมีรอยเข็ม หรืออาการบวมเกิดขึ้น
    เนื่องจากรอตัวยากระจาย
    ออกไปบริเวณต่างๆ ซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้
  6. แพทย์แนะนำวิธีการดูแลตัวเองและการนวด
    ที่ต้องกลับไปทำที่บ้าน
  7. กลับบ้าน และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
    ไม่ต้องพักฟื้น

วิธีการดูแลหลังการฉีด

Sculptra

  1. สามารถล้างหน้า แต่งหน้าได้ หลังฉีด 2-3 ชั่วโมง
  2. ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังการรักษา
    ให้ประคบเย็น เพื่อลดอาการปวด
    บวมช้ำ
  3. ใน 24 ชั่วโมงแรก งดออกกำลังกายหนัก งดซาวน่า และงดออกแดดจัด
  4. นวดกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่เราต้องการ ทำการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน
    เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน
    ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
  5. แนะนำรับประทานวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัมทุกวันในช่วง
    3 เดือนแรก
    ส่งเสริมให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้ดี

ฉีดแล้วเห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน?

การฉีดจะไม่ได้เห็นผลทันทีทันใด อาจจะต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ ที่จะค่อยๆ
เห็นผลทีละนิด
โดยจะใช้เวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ 2-3 ครั้ง ห่างกัน
ก่อนจะเริ่มเห็นผลลัพท์อย่างชัดเจน
โดยหลังการฉีด 2-3 วันหลังฉีด อาจจะดูเหมือนบริเวณที่ฉีดมีการฟูขึ้น เต็มขึ้น
แต่ส่วนมากจะเกิดจากอาการบวม และจากตัวยามากกว่า ซึ่งผลเหล่านี้จะหายไป ก่อนที่จะได้ผลจริงๆ
จากการกระตุ้น
คอลลาเจนที่สร้างมากขึ้น
โดยส่วนมากแล้ว ในเข็มแรก ผลลัพธ์จะไม่ได้ถึง 100% ขึ้นกับแต่ละท่านว่ามีปัญหามากน้อยเท่าไหร่

หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือน แพทย์จะนัดดูผลเพื่อประเมินผลว่าควรฉีดเพิ่มหรือไม่
สำหรับผลลัพธ์หลังการรักษาจะอยู่ได้นานถึง
24 เดือน หรือ 2 ปี
เพราะเป็นการคงอยู่ของ
คอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ

โดยในบางรายอาจอยู่ได้ถึง 3 ปี
ขึ้นกับการดูแลแต่ละบุคคล

Sculptra

เหมาะกับใคร? เหมาะกับปัญหาแบบใด?

  1. ริ้วรอยตามวัย ทั้งรอยตื้น รอยลึก
  2. ผิวหน้าไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง
  3. ผิวหย่อนไม่กระชับ
  4. ต้องการชะลอการเกิดริ้วรอย
  5. ผู้ที่ผ่านการทำศัลยกรรมด้วยวิธีการเติมสารเติมเต็มต่างๆ แล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร
  6. ไม่ต้องการใช้วิธีการผ่าตัดลดริ้วรอย
  7. ต้องการความอ่อนเยาว์แบบธรรมชาติ
    และไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ
  8. เคยมีประวัติการแพ้สารเติมเต็มชนิดอื่นๆ

ฉีดแล้วเห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน?

  • ขมับ : เพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสีย Volumn และปัญหาขมับลึก ขมับยุบ

    ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตามอายุ
  • แก้ม : เพื่อฟื้นคืนระดับส่วน Volumn บริเวณส่วนกลางของใบหน้า

    และปรับโครงแก้มให้ดูดีขึ้น
  • ร่องแก้ม : เพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มลึก ฟื้นคืน Volumn ช่วยให้ดูเต่งตึง กระชับขึ้น
  • ร่องน้ำหมาก : เพื่อลดริ้วรอยบริเวณของร่องน้ำหมาก ให้ดูอ่อนเยาว์
  • กราม : เพื่อเพิ่มความคมชัด
    และปรับรูปลักษณ์บริเวณกราม
  • คาง : เพื่อเสริมคาง และปรับสมดุล
    บริเวณคาง
นอกจากนั้น ยังสามารถฉีดกระตุ้นคอลลาเจนกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้อีกด้วย
เช่น หน้าอก มือ และต้นขา

Sculptra

ผ่าน อย. หรือไม่?

ผลิตภัณฑ์ได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวตั้งแต่ปี 1999
the first original collagen biostimulator
ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา
(us fda) ว่ามีความปลอดภัย
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่รับรองถึงผลลัพธ์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย

ในการใช้อย่าง
ต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าเป็น
สารกระตุ้นคอลลาเจนที่ไม่อันตราย
ใช้ได้อย่างปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดี อีกทั้ง ณ ปัจจุบัน ได้ผ่าน อย.
ในประเทศไทย
อีกด้วย ทำให้ตอนนี้ เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย
sculptra อันตรายไหม

เช็คก่อนฉีด ของแท้มีวิธีดูอย่างไร?

  1. หน้ากล่องจะต้องมีสติ๊กเกอร์สีทองติดมา
    บนกล่อง ติดแนบชิด ไม่มีรอยถูกเปิดออก
  2. หน้ากล่องจะมีสัญลักษณ์ลายน้ำตัวอักษร S นูนขึ้นมา
  3. มีเลขจดทะเบียน อย. ข้างกล่อง
  4. Sculptra 1 ขวด สามารถสแกน QR code ผ่านแอพพลิเคชั่น eztracker
    โดยจะแสดงถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์
    หมายเลขสินค้า วันผลิตและวันหมดอายุ
  5. มีเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ติดมากับกล่องผลิตภัณฑ์
  6. ขวดจะมาในรูปแบบสุญญากาศ และจะเห็น plla เป็นลักษณะผงสีขาว

Sculptra

กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์ ตามความหมายในวงการเสริมความงามในประเทศไทย

จะหมายถึงสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic acid หรือที่เรียกว่า
ไฮยาลูรอน

ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องการเก็บกักน้ำ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวบริเวณที่ฉีด

เติมเต็มจุดต่างๆ ของใบหน้าที่มีการยุบตัว ลึก โหล
หลังทำจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเติมเต็มอิ่มฟูได้ทันที ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น
จะคงตัวอยู่ได้นานแตกต่างกัน โดยมีตั้งแต่ 6 – 24 เดือน เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่ม
Volume ให้ใบหน้า แก้ไขโครงสร้างใบหน้าที่มีไขมันหรือกระดูกยุบตัว
หรือการเติมเต็มเฉพาะจุด
นอกจากนี้ยังมีฟิลเลอร์ skin booster เป็น
ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็ก เนื้อละเอียด
ที่ใช้ฉีดทั่วใบหน้า เน้นเรื่องความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และนำมาฉีดฟิลเลอร์หลุมสิวได้ ต่างจาก Sculptra ที่เป็นสาร plla
มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนขึ้นมาเองตามกระบวนการตามธรรมชาติ

ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายในและมีความยืดหยุ่น เรียบเนียน ไม่เน้นการเติมปริมาตรเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องใช้เวลาเห็นผลหลังฉีด 3 สัปดาห์ขึ้นไป เห็นผลชัดเจนเมื่อกระตุ้นคอลลาเจนขึ้นได้เต็มที่ประมาณเดือนที่ 3
และคงผลลัพธ์ยาวนานถึง 25 เดือน

Sculptra

กับ เมโสหน้าใส ต่างกันอย่างไร?

เมโสหน้าใส คือการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวหน้า เพื่อช่วยบำรุง
ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่างๆ บนผิวหน้า เช่น
ลดสิว ลดผื่น ช่วยให้ฝ้า กระ จางลง

ลดรอยดำจากสิว ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายสูตร ทั้ง
มาเด้คอลลาเจน, เมโส Tensonez, เมโส Depigment
คุณสมบัติของเมโสหน้าใสแต่ละสูตรขึ้นกับส่วนประกอบในสูตรนั้นๆ
สามารถเลือกใช้ได้ตามปัญหาผิวหน้าของแต่ละคน
แต่ผลลัพธ์หลังฉีดเมโสหน้าใสจะอยู่ได้เพียง 2-3 เดือน แนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 2-3 สัปดาห์เพื่อคงสภาพ
แต่ Sculptra เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิด plla โดดเด่นในเรื่องการช่วยให้ผิวอิ่มฟู
ยกกระชับ
และลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า เป็นวิธีทำให้หน้าใสอีกวิธีหนึ่งที่คงผลลัพธ์ได้นาน สามารถทำควบคู่กับเมโสหน้าใสได้

Sculptra

กับ Rejuran ต่างกันอย่างไร?

Rejuran เป็นสารประเภท Polynucleotide (PN)
ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมของ
ปลาแซลมอนที่มีลำดับเบสใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์
เมื่อ Rejuran เข้าสู่ชั้นผิว
จะช่วยกระตุ้นการเจริญและการแบ่งตัวของเซลล์ Fibroblast
ทำให้เกิดการกระตุ้น
คอลลาเจนมากขึ้น สร้างเซลล์เนื้อเยื่อใหม่และฟื้นฟูเซลล์ผิวเดิมที่ถูกทำลาย
ทำให้ผิวแข็งแรง
เพิ่มประสิทธิภาพของเกราะป้องกันผิวหน้า (Skin Barrier) ให้ถูกทำลายได้ยากมากขึ้น

รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยเล็กๆ ดูลดลง
ดูกระจ่างใส รวมถึงการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อ

เติมเต็มจุดที่เป็นหลุมสิวได้
ส่วน plla ที่เป็นส่วนประกอบหลักจากพืช เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและโอกาสแพ้น้อย

ไม่ตกค้างในร่างกาย เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวอิ่มฟู
ยกกระชับผิว ลดริ้วรอยร่องลึก

Sculptra

กับ Gouri ต่างกันอย่างไร?

Gouri เป็นสารประเภท PCL ที่อยู่ในรูปของสารละลาย แตกต่างจาก Sculptra

ที่เป็นสาร plla ที่มาในรูปแบบผงและมีขั้นตอนการนำไปละลายก่อนฉีด
Gouri และ Sculptra เป็นสารที่ช่วยให้ผิวทั่วใบหน้ามีการกระตุ้นคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น
ฟื้นฟูผิว ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ดูยกกระชับขึ้นได้เช่นเดียวกัน

Sculptra

ฉีดที่ไหนดี?

ด้วยประสบการณ์ของแพทย์เฉพาะทางด้านการ
ยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน

จึงได้รับคัดเลือกให้เป็น KOL Merze Aesthetic Thailand

และได้ใช้ผลิตภัณฑ์ก่อนใคร เพราะผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานจาก


Merze Aesthetic Thailand ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ
Classy Clinic พิถิพิถันทุกขั้นตอนในการออกแบบการให้บริการ

ที่เหมาะสมและแตกต่างกันในไปแต่ละบุคคล เพราะเราเชื่อว่า

ทุกคนมีความงามในแบบฉบับของตัวเอง ไม่ซ้ำใคร เน้นการปรับ
รูปหน้า ยกกระชับ

ดูแลผิวพรรณ ปรับ Skin Quality กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวหน้าให้ดูดีขึ้น

เป็นธรรมชาติ อย่างมีคลาส เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างแท้จริงให้กับผู้รับบริการทุกคน

สนใจดูโปรโมชั่น คลิกเลย!

SCHEDULE
A CONSULTATION
SESSION

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Give yourself some daily rewards because loving and caring for yourself doesn’t need to wait.

เพราะการให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ควรต้องรอ

RELATED STORIES

Review from social media FB/IG

Related article

IG STORY