รีวิวประสบการณ์จริง: Ultherapy SPT vs Ultherapy Prime ที่ Classy Clinic
รีวิวนี้แชร์ประสบการณ์ตรงจากการทำกับ คุณหมอจูน Classy Clinic
ใครสนใจลองปรึกษาคุณหมอดูก่อนก็ได้นะคะ จะได้รู้ว่าใบหน้าเราควรเก็บตรงไหน และเหมาะกับเครื่องไหนมากที่สุดค่ะหลายคนอาจกำลังหาข้อมูลว่า Ultherapy Prime ราคา เท่าไหร่, Ultherapy ต่างกับ Hifu ยังไง หรือแม้กระทั่งอยากรู้ว่า Ultherapy ที่ไหนดี วันนี้นินจะมา แชร์ประสบการณ์จริงจากการทำ Ultherapy SPT และ Ultherapy Prime ที่ Classy Clinic กับคุณหมอจูน พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ



Program Ultherapy คืออะไร?
Program Ultherapy เป็นเทคโนโลยี Gold Standard
ของการยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส
(High Intensity Focused Ultrasound – HIFU)
จุดเด่นคือสามารถยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS
ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงเวลา “ผ่าตัดยกหน้า”
แต่ Ultherapy ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นน้อย
และให้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป


หลายคนมักถามว่า
Ultherapy ต่างกับ Hifu ยังไง?
คำตอบคือ Ultherapy เป็นเครื่องที่มีDeepSEE Imaging
เห็นชั้นผิวจริง ทำให้ยิงได้แม่นยำกว่าการทำ Hifu ทั่วไป
ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า และได้รับการรับรองจาก US FDA
ว่าเป็น Gold Standard ในการยกกระชับผิว

ทำไมต้องเลือกหมอจูน Classy Clinic
นินเลือกทำกับ พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ (หมอจูน)
ที่ Classy Clinic
คุณหมอจูนเป็น KOL ของบริษัทผู้นำเข้าเครื่อง
Ulthera ความชำนาญในการใช้เครื่องไว้ใจได้
มีประสบการณ์วิเคราะห์รูปหน้าแบบละเอียด
ปรับทีละสเต็ป ผลลัพธ์ออกมาดูธรรมชาติ
สไตล์ของคุณหมอจะไม่ “เร่ง” แต่ค่อย ๆ
ดีไซน์ให้เข้ากับรูปหน้าคนไข้จริง ๆ


ประสบการณ์ทำ Ultherapy
นินทำทั้งหมด 755 Lines ครอบคลุมทั้งใบหน้า คอ และเหนียง
ช้หัว DS 7–3.0 mm → ยิงชั้นไขมัน (Subcutis)
กระชับผิว ลดความหย่อนคล้อยใช้หัว DS 4–4.5 mm → ยิงชั้น SMAS
เพื่อยกแก้ม เหนียง และลำคอ
ก่อนหน้านี้นินเคยทำ Thermage มาก่อน
ทำให้แก้มยุบ แต่ยังไม่กระชับ คุณหมอจึงแนะนำ
ให้ใช้ Ultherapy Prime มาเก็บผิวให้แน่นขึ้น
ผลลัพธ์หลัง 3 เดือน
ผิวแน่นขึ้นแบบ “หยิบแทบไม่ขึ้น”
หน้าลีนขึ้น ดูกระชับโดยที่ไม่รู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนเยอะเกินไป
เวลาถ่ายรูป ใช้ฟิลเตอร์น้อยลง (555 เข้าใจฟีลมั้ยคะ)

สิ่งสำคัญที่อยากแชร์คือ Ultherapy ไม่ใช่การผ่าตัด
ไม่ได้ยกแบบเป๊ะทันที แต่เป็นการยกที่ค่อยเป็นค่อยไป
เหมาะสำหรับการเมนเทนสม่ำเสมอ และสำหรับคนที่ไม่อยากมีเวลาพักฟื้นค่ะ

แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
คำตอบจริง ๆ คือ ขึ้นอยู่กับคลินิกและฝีมือแพทย์
ไม่ว่าจะเครื่องเก่าหรือใหม่ ถ้าแพทย์ขาดประสบการณ์ก็ไม่ช่วยอะไร
แต่ถ้าไม่ติดเรื่องงบ นินมองว่า Ultherapy Prime คุ้มกว่าเพราะใหม่กว่า แม่นยำกว่า ยิงเร็วขึ้น



แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
หลังจากที่ได้ลอง Ultherapy Prime แล้วบอกเลยว่าผิวแน่นขึ้นจริง ๆ แบบที่จับได้ ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เว่อร์จนคนทักทันที
แต่จะค่อย ๆ เห็นว่าหน้าเราดูเฟิร์มขึ้น ถ่ายรูปออกมาดูดีขึ้น และที่สำคัญคือมันเป็น การลงทุนเพื่อเมนเทนผิวระยะยาว
ใครที่กำลังลังเลอยากบอกว่า สำคัญที่สุดคือ Ultherapy ที่ไหนดี อยู่ที่ฝีมือแพทย์ ใครสนใจอยากยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด
ลองมาปรึกษาที่ Classy Clinic ดู
รีวิวประสบการณ์จริง:
Ultherapy SPT vs Ultherapy Prime
ที่ Classy Clinic
รีวิวนี้แชร์ประสบการณ์ตรงจากการทำกับ
คุณหมอจูน Classy Clinic
ใครสนใจลองปรึกษาคุณหมอดูก่อนก็ได้นะคะ
จะได้รู้ว่าใบหน้าเราควรเก็บตรงไหน
และเหมาะกับเครื่องไหนมากที่สุดค่ะ
หลายคนอาจกำลังหาข้อมูลว่า Ultherapy Prime
ราคา เท่าไหร่, Ultherapy ต่างกับ Hifu ยังไง
หรือแม้กระทั่งอยากรู้ว่า Ultherapy ที่ไหนดี
วันนี้นินจะมา แชร์ประสบการณ์จริง
จากการทำ Ultherapy SPT และ Ultherapy Prime
ที่ Classy Clinic กับคุณหมอจูน
พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์
เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ




Program Ultherapy คืออะไร?
Program Ultherapy
เป็นเทคโนโลยี Gold Standard
ของการยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
แบบโฟกัส(High Intensity Focused
Ultrasound – HIFU)
จุดเด่นคือสามารถยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS
ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงเวลา “ผ่าตัดยกหน้า”
แต่ Ultherapy ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นน้อย
และให้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป

หลายคนมักถามว่า
Ultherapy ต่างกับ Hifu ยังไง?
คำตอบคือ Ultherapy
เป็นเครื่องที่มีDeepSEE Imaging
เห็นชั้นผิวจริง ทำให้ยิงได้แม่นยำกว่าการทำ Hifu ทั่วไป
ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า และได้รับการรับรองจาก US FDA
ว่าเป็น Gold Standard ในการยกกระชับผิว

ทำไมต้องเลือกหมอจูน Classy Clinic
นินเลือกทำกับ พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ (หมอจูน)
ที่ Classy Clinic
คุณหมอจูนเป็น KOL ของบริษัทผู้นำเข้าเครื่อง
Ulthera ความชำนาญในการใช้เครื่องไว้ใจได้
มีประสบการณ์วิเคราะห์รูปหน้าแบบละเอียด
ปรับทีละสเต็ป ผลลัพธ์ออกมาดูธรรมชาติ
สไตล์ของคุณหมอจะไม่ “เร่ง” แต่ค่อย ๆ
ดีไซน์ให้เข้ากับรูปหน้าคนไข้จริง ๆ


ประสบการณ์ทำ Ultherapy
นินทำทั้งหมด 755 Lines
ครอบคลุมทั้งใบหน้า คอ และเหนียง
ช้หัว DS 7–3.0 mm → ยิงชั้นไขมัน
(Subcutis)กระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย
ใช้หัว DS 4–4.5 mm → ยิงชั้น SMAS
เพื่อยกแก้ม เหนียง และลำคอ
ก่อนหน้านี้นินเคยทำ Thermage มาก่อน
ทำให้แก้มยุบ แต่ยังไม่กระชับ คุณหมอจึงแนะนำ
ให้ใช้ Ultherapy Prime มาเก็บผิวให้แน่นขึ้น
ผลลัพธ์หลัง 3 เดือน
ผิวแน่นขึ้นแบบ “หยิบแทบไม่ขึ้น”
หน้าลีนขึ้น ดูกระชับ
โดยที่ไม่รู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนเยอะเกินไป
เวลาถ่ายรูป ใช้ฟิลเตอร์น้อยลง
|(555 เข้าใจฟีลมั้ยคะ)

สิ่งสำคัญที่อยากแชร์คือ Ultherapy ไม่ใช่การผ่าตัด
ไม่ได้ยกแบบเป๊ะทันที แต่เป็นการยกที่ค่อยเป็นค่อยไป
เหมาะสำหรับการเมนเทนสม่ำเสมอ และสำหรับคนที่ไม่อยากมีเวลาพักฟื้นค่ะ

แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
คำตอบจริง ๆ คือ ขึ้นอยู่กับคลินิกและฝีมือแพทย์
ไม่ว่าจะเครื่องเก่าหรือใหม่
ถ้าแพทย์ขาดประสบการณ์ก็ไม่ช่วยอะไร
แต่ถ้าไม่ติดเรื่องงบ นินมองว่า Ultherapy Prime
คุ้มกว่าเพราะใหม่กว่า แม่นยำกว่า ยิงเร็วขึ้น



แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
หลังจากที่ได้ลอง Ultherapy Prime
แล้วบอกเลยว่าผิวแน่นขึ้นจริง ๆ แบบที่จับได้
ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เว่อร์จนคนทักทันที
แต่จะค่อย ๆ เห็นว่าหน้าเราดูเฟิร์มขึ้น
ถ่ายรูปออกมาดูดีขึ้น และที่สำคัญคือมันเป็น การลงทุน
เพื่อเมนเทนผิวระยะยาว
ใครที่กำลังลังเลอยากบอกว่า
สำคัญที่สุดคือ Ultherapy ที่ไหนดี อยู่ที่ฝีมือแพทย์
ใครสนใจอยากยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด
ลองมาปรึกษาที่ Classy Clinic ดู














