
รีวิว Program Thermage FLX สำหรับวัย 3O+
เข้าสู่วัย 3O+ จริง ๆ แล้วไม่ได้แก่ค่ะ แต่เป็นช่วงที่ “โครงสร้างผิวเริ่มเปลี่ยน” ทั้งความยืดหยุ่น, คอลลาเจน,
ไขมัน,มุมกระดูกใต้ผิว รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่สะสมมาอย่างไม่ทันรู้ตัว ทำให้เราเริ่มเห็นความหย่อนคล้อยเล็ก ๆ
บางมุมมากขึ้น ทั้งเหนียง, แก้มข้าง, ร่องแก้ม และกรอบหน้าที่ไม่คมเหมือนเดิม
จนเราตัดสินใจว่าต้องหาคุณหมอที่เก่งเรื่อง
การปรับรูปหน้า ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องยกกระชับเก่งอย่างเดียว
แต่ต้อง “อ่านโครงสร้างหน้าเรา” ออกด้วย
ว่าปัญหาจริงเกิดจากอะไร ตั้งแต่ชั้นผิวชั้นลึกถึงชั้นตื้น
เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะที่สุดกับเคสของเราแบบPersonalized Designมาจบ ที่ Classy Clinic



จากปัญหาที่เรากังวลคุณหมอแนะนำเราทำ โปรแกรม Thermage FLX
โดยใช้ เทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF)ส่งพลังงานลงสู่ผิวไปกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวกระชับ เฟิร์มขึ้น แล้วไม่ต้องกลัวผิวเบิร์นค่ะ เค้ามีเทคโนโลยี AccuREP™ โดยจะมีการปล่อยพลังงานความเย็น เคลือบผิวหนังชั้นบน
ก่อนที่จะส่งพลังงานคลื่นวิทยุขั้วเดียวลงสู่ชั้นผิวหนัง โดยมีการวัดความสามารถในการรับประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ
พร้อมส่งพลังงานความเย็นอีกครั้งปกป้องผิวจากความร้อน และสามารถจับความแม่นยำเพื่อส่งพลังงานที่เหมาะสม
สู่ชั้นผิวของเราทำให้พลังงานที่ส่งไปได้ประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย ยกกระชับสัดส่วนใบหน้า ครอบคลุมลึกถึงชั้นผิวหนังแท้

ทำไมต้อง Thermage FLX?
เพราะเป็นเทคโนโลยียกกระชับแบบ Monopolar Radiofrequency (RF)
ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)และชั้นไขมันบางส่วน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
หดรัดคอลลาเจนเก่าให้ตึงตัวฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม–คาง
ทำให้กรอบหน้าคมขึ้นแบบเป็นธรรมชาติและ Thermage FLX ยังใส่ใจใน “ความแม่นยำ” ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

AccuREP™ เทคโนโลยีที่ทำให้เจ็บน้อยลง แต่ได้ผลมากขึ้น
จุดเด่นที่ทำให้เราเลือก Thermage FLX
เลยคือ AccuREP™ ระบบนี้ช่วย
ตรวจวัดผิวและปรับพลังงานอัตโนมัติ
ให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า
ส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นลึกอย่างแม่นยำ
ระบบเคลือบเย็นเพื่อปกป้องผิวด้านบน
ซึ่งทั้งหมดนี้ทำด้วยความแม่นยำในเสี้ยววินาทีช่วยให้ ปลอดภัยขึ้นผิวไม่เบิร์นพลังงานส่งลงลึก อย่างพอดีผลลัพธ์คงที่ทั่วทั้งหน้า
และนี่คือเหตุผลที่ Thermage เป็น
“เครื่องยกกระชับอันดับต้น ๆ” ที่แพทย์หลายคนไว้ใจ
ความรู้สึกหลังทำ โปรแกรม Thermage FLX
เริ่มทำเราก็มาแปะยาชาก่อนทำสักหน่อยนะคะจะได้สบายขึ้น
ระหว่างทำคุณหมอจะสอบถามความเจ็บตลอดค่ะ
แต่บางทีคุณหมอก็สังเกตได้จากเราจิกเท้า จิกหมอนนะคะ
ตอนแรกที่คิดว่าจะเจ็บจนทนไม่ไหว รอบนี้คือสบายขึ้นเลย
แต่ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บนะคะ เจ็บในระดับที่ทนได้
ต้องบอกก่อนระดับความอดทนต่อความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน
นี่ทำปุบ พอเห็นผล 1 เดือนแล้วชัดเจนเลย
นอกจากเรื่องเหนียงไขมันที่เรากังวลแล้ว
เรารู้สึกได้ถึงความแน่นของผิวด้วย เฟิร์มกระชับขึ้น
รูปหน้ากรอบหน้าชัดขึ้น เป๊ะขึ้น
ไม่แปลกใจที่หลายคนทักว่าเราผอมลงเหรอ อ่อ … เปล่า
ฝีมือหมอทั้งนั้นค่ะ แล้วผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 3 – 6 เดือน จากนั้นผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ทั้งหมด 1 ปี หรือ 2 ปี
อันนี้ก็แล้วแต่เคสค่ะ



การทำหัตถการแต่ละอย่างไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนและทุกช่วงวัยค่ะ อยากให้ลองพบคุณหมอเพื่อประเมิน
ว่าปัญหาที่เรากังวลนั้นต้องวิธีไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุดกับรูปหน้า ผิว และอายุของเรา อยากให้การเลือกทำแต่ละครั้งเกิดจากตรงนี้ค่ะ แล้วผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเรามั่นใจขึ้น ดูดีขึ้นในแบบของเราค่ะ “เป็นตัวเรา…ที่รักตัวเองมากกว่าที่เคย
” Reflect love through the new genuine you ”

รีวิว Program Thermage FLX สำหรับวัย 3O+
เข้าสู่วัย 3O+ จริง ๆ แล้วไม่ได้แก่ค่ะ แต่เป็นช่วงที่ “โครงสร้างผิวเริ่มเปลี่ยน” ทั้งความยืดหยุ่น, คอลลาเจน,
ไขมัน,มุมกระดูกใต้ผิว รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่สะสมมาอย่างไม่ทันรู้ตัว ทำให้เราเริ่มเห็นความหย่อนคล้อยเล็ก ๆ
บางมุมมากขึ้น ทั้งเหนียง, แก้มข้าง, ร่องแก้ม และกรอบหน้าที่ไม่คมเหมือนเดิม

จนเราตัดสินใจว่าต้องหาคุณหมอที่เก่งเรื่อง
การปรับรูปหน้า ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องยกกระชับเก่งอย่างเดียว
แต่ต้อง “อ่านโครงสร้างหน้าเรา” ออกด้วย
ว่าปัญหาจริงเกิดจากอะไร ตั้งแต่ชั้นผิวชั้นลึกถึงชั้นตื้น
เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะที่สุดกับเคสของเราแบบPersonalized Designมาจบ ที่ Classy Clinic


จากปัญหาที่เรากังวล
คุณหมอแนะนำเราทำ โปรแกรม Thermage FLX
โดยใช้ เทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF)
ส่งพลังงานลงสู่ผิวไปกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่
ให้ผิวกระชับ เฟิร์มขึ้น แล้วไม่ต้องกลัวผิวเบิร์นค่ะ
เค้ามีเทคโนโลยี AccuREP™
โดยจะมีการปล่อยพลังงานความเย็น เคลือบผิวหนังชั้นบน
ก่อนที่จะส่งพลังงานคลื่นวิทยุขั้วเดียวลงสู่ชั้นผิวหนัง
โดยมีการวัดความสามารถในการรับประจุไฟฟ้าที่เหมาะสม
กับแต่ละบริเวณ
พร้อมส่งพลังงานความเย็นอีกครั้งปกป้องผิวจากความร้อน และสามารถจับความแม่นยำเพื่อส่งพลังงานที่เหมาะสม
สู่ชั้นผิวของเราทำให้พลังงานที่ส่งไปได้ประสิทธิภาพสูงสุด
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย
ยกกระชับสัดส่วนใบหน้า ครอบคลุมลึกถึงชั้นผิวหนังแท้

ทำไมต้อง Thermage FLX?
เพราะเป็นเทคโนโลยียกกระชับแบบ
Monopolar Radiofrequency (RF)
ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)
และชั้นไขมันบางส่วน
เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
หดรัดคอลลาเจนเก่าให้ตึงตัวฟื้นฟูความแข็งแรง
ของโครงสร้างผิวลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม–คาง
ทำให้กรอบหน้าคมขึ้นแบบเป็นธรรมชาติและ
Thermage FLX ยังใส่ใจใน “ความแม่นยำ”
ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

AccuREP™ เทคโนโลยีที่ทำให้เจ็บน้อยลง
แต่ได้ผลมากขึ้น
จุดเด่นที่ทำให้เราเลือก Thermage FLX
เลยคือ AccuREP™ ระบบนี้ช่วย
ตรวจวัดผิวและปรับพลังงานอัตโนมัติ
ให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า
ส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นลึกอย่างแม่นยำ
ระบบเคลือบเย็นเพื่อปกป้องผิวด้านบน
ซึ่งทั้งหมดนี้ทำด้วยความแม่นยำในเสี้ยววินาที
ช่วยให้ ปลอดภัยขึ้นผิวไม่เบิร์นพลังงานส่งลงลึก
อย่างพอดีผลลัพธ์คงที่ทั่วทั้งหน้า
และนี่คือเหตุผลที่ Thermage เป็น
“เครื่องยกกระชับอันดับต้น ๆ” ที่แพทย์หลายคนไว้ใจ


ความรู้สึกหลังทำ โปรแกรม Thermage FLX
เริ่มทำเราก็มาแปะยาชาก่อนทำสักหน่อยนะคะจะได้สบายขึ้น
ระหว่างทำคุณหมอจะสอบถามความเจ็บตลอดค่ะ
แต่บางทีคุณหมอก็สังเกตได้จากเราจิกเท้า จิกหมอนนะคะ
ตอนแรกที่คิดว่าจะเจ็บจนทนไม่ไหว รอบนี้คือสบายขึ้นเลย
แต่ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บนะคะ เจ็บในระดับที่ทนได้
ต้องบอกก่อนระดับความอดทนต่อความเจ็บ
ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
นี่ทำปุบ พอเห็นผล 1 เดือนแล้วชัดเจนเลย
นอกจากเรื่องเหนียงไขมันที่เรากังวลแล้ว
เรารู้สึกได้ถึงความแน่นของผิวด้วย เฟิร์มกระชับขึ้น
รูปหน้ากรอบหน้าชัดขึ้น เป๊ะขึ้น
ไม่แปลกใจที่หลายคนทักว่าเราผอมลงเหรอ อ่อ … เปล่า
ฝีมือหมอทั้งนั้นค่ะ แล้วผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 3 – 6 เดือน จากนั้นผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ทั้งหมด 1 ปี หรือ 2 ปี
อันนี้ก็แล้วแต่เคสค่ะ

การทำหัตถการแต่ละอย่างไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน
และทุกช่วงวัยค่ะ อยากให้ลองพบคุณหมอเพื่อประเมิน
ว่าปัญหาที่เรากังวลนั้นต้องวิธีไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุดกับรูปหน้า ผิว และอายุของเรา อยากให้การเลือกทำแต่ละครั้งเกิดจากตรงนี้ค่ะ แล้วผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเรามั่นใจขึ้น ดูดีขึ้นในแบบของเราค่ะ “เป็นตัวเรา…ที่รักตัวเองมากกว่าที่เคย
” Reflect love through
the new genuine you ”













